ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 248 kcal —
- โปรตีน 0.3 g 1%
- คาร์โบไฮเดรต 61 g 22%
- ไขมัน 0.1 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 1.2 g 4%
- น้ำตาล 51 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 248 | 0.3 g | 61 g | 0.1 g |
| 50 g | 50 g | 124 | 0.2 g | 30 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 372 | 0.5 g | 91 g | 0.2 g |
| 200 g | 200 g | 496 | 0.6 g | 122 g | 0.2 g |
| 250 g | 250 g | 620 | 0.8 g | 152 g | 0.3 g |
อาหารที่คล้ายกัน
คำถามเกี่ยวกับ แยม
เปิดแยมแล้วควรเก็บอย่างไร?
ปิดฝาให้สนิทและแช่ตู้เย็นหลังเปิดใช้ ใช้ช้อนสะอาดและแห้งตักทุกครั้งเพื่อไม่ให้เศษอาหารหรือน้ำเข้าไปปนเปื้อน
ถ้าเห็นราอยู่บนหน้าแยม ตักส่วนที่ขึ้นราออกแล้วกินต่อได้ไหม?
ไม่ควรกินหรือตักราออก เพราะราอาจแผ่ลงไปในแยมแม้มองไม่เห็น ให้ทิ้งทั้งขวดและเช็ดบริเวณที่วางขวดให้สะอาด
ทำแยมผลไม้เองให้ข้นได้อย่างไร?
เคี่ยวผลไม้กับน้ำตาลและน้ำมะนาวเล็กน้อยด้วยไฟอ่อนถึงกลาง คนเป็นระยะจนผลไม้นิ่มและส่วนผสมข้น โดยทั่วไปใช้เวลาราว 20–40 นาที แล้วหยดลงจานเย็น หากหยดไม่ไหลง่ายก็ยกลงได้
แยมกินกับอะไรได้บ้าง นอกจากทาขนมปัง?
ลองทาบนสโคนหรือแพนเค้ก ตักใส่โยเกิร์ต หรือใช้เป็นไส้ขนมปังและขนมอบ แยมรสเปรี้ยวเข้ากับชีสเนื้อนุ่มได้ดี ส่วนแยมแอปริคอตมักใช้ทาหน้าขนมอบให้เงา
แยมกับเยลลีผลไม้ต่างกันอย่างไร?
แยมมักทำจากเนื้อผลไม้บดหรือหั่น จึงมีเนื้อผลไม้ให้เห็นหรือสัมผัสได้ ส่วนเยลลีทำจากน้ำผลไม้ที่กรองกากออก จึงมีเนื้อใสและเรียบกว่า
ใช้แยมอะไรแทนน้ำตาลในไส้ขนมหรือซอสได้ไหม?
ใช้ได้เมื่อรสผลไม้เข้ากับเมนู โดยลดน้ำตาลในสูตรและเติมแยมทีละน้อย เพราะแยมมีทั้งความหวานและความชื้น หากต้องการแทนแค่น้ำตาลในขนมอบ ควรลดของเหลวในสูตรด้วย
เลือกซื้อแยมอย่างไรให้ได้เนื้อผลไม้ตามที่ชอบ?
ดูรายชื่อส่วนผสมและเลือกชนิดที่ระบุผลไม้เป็นส่วนผสมต้น ๆ หากชอบเนื้อเป็นชิ้น ให้มองหาคำบรรยายหรือภาพที่ระบุว่ามีชิ้นผลไม้ ส่วนแยมเนื้อเนียนเหมาะกับการทาขนมปังและทำไส้ขนม
แหล่งข้อมูล: NEVO (Netherlands) 445 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร