ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 34 kcal —
  • โปรตีน 0.8 g 2%
  • คาร์โบไฮเดรต 5.9 g 2%
  • ใยอาหาร 1.1 g 4%
  • น้ำตาล 5.9 g —

วิตามินและแร่ธาตุ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน

วิตามิน

  • วิตามินเอ 29.2 µg 3%
  • วิตามินซี 36.4 mg 40%
  • ไทอามีน (B1) 0.06 mg 5%
  • ไรโบฟลาวิน (B2) 0.02 mg 2%
  • กรดแพนโทเทนิก (B5) 0.2 mg 4%
  • วิตามินบี 6 0.06 mg 4%
  • วิตามินบี 12 0 µg 0%

แร่ธาตุ

  • แคลเซียม 23 mg 2%
  • แมกนีเซียม 10 mg 2%
  • ฟอสฟอรัส 19.7 mg 2%
  • โพแทสเซียม 171 mg 4%
  • ทองแดง 0.04 mg 5%
  • แมงกานีส 0.02 mg 1%

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g340.8 g5.9 g–
50 g50 g170.4 g3 g–
150 g150 g501.3 g8.9 g–
200 g200 g671.7 g12 g–
250 g250 g842.1 g15 g–

คำถามเกี่ยวกับ เกรปฟรุต

ปอกเกรปฟรุตอย่างไรให้กินง่ายและไม่ขมมาก?

ตัดหัวท้ายให้เห็นเนื้อผล แล้วใช้มีดปอกเปลือกและเยื่อสีขาวออก จากนั้นเลาะกลีบออกจากเยื่อหุ้ม เพราะเยื่อสีขาวและเยื่อหุ้มมีรสขมกว่าส่วนเนื้อ

เลือกเกรปฟรุตสุกอย่างไร?

เลือกลูกที่หนักเมื่อเทียบกับขนาด ผิวตึงและไม่มีรอยช้ำหรือจุดนิ่ม กลิ่นหอมบริเวณขั้วเป็นสัญญาณว่าผลมีกลิ่นชัด

เกรปฟรุตเก็บอย่างไรไม่ให้แห้ง?

เก็บทั้งผลในตู้เย็นได้หลายสัปดาห์โดยไม่ต้องใส่ถุงปิดสนิท เมื่อผ่าแล้วให้ใส่ภาชนะปิดฝาหรือห่อให้มิดชิด แช่เย็นและกินภายในไม่กี่วัน

เกรปฟรุตกินคู่กับอะไรหรือใส่เมนูไหนได้บ้าง?

เนื้อเกรปฟรุตเข้ากับสลัดผัก อะโวคาโด และอาหารทะเล รสเปรี้ยวอมขมยังช่วยตัดความมันในสลัดหรือซัลซาได้ดี

ถ้าไม่มีเกรปฟรุต ใช้อะไรแทนได้?

ใช้ส้มโอแทนได้ในสลัดหรือเมนูที่ต้องการเนื้อผลเป็นกลีบ แต่ส้มโอมีรสและกลิ่นต่างกัน ส่วนส้มเหมาะกว่าเมื่อต้องการรสหวานเปรี้ยวและความขมน้อย

เกรปฟรุตมีวิตามินซีมากไหม?

เกรปฟรุตเป็นแหล่งวิตามินซี โดยมี 36.4 มก. ต่อเนื้อผล 100 กรัม

กินเกรปฟรุตพร้อมยาได้หรือไม่?

เกรปฟรุตอาจรบกวนการทำงานของยาบางชนิด ทำให้ระดับยาในร่างกายเปลี่ยนไป หากคุณใช้ยาเป็นประจำ ให้ถามเภสัชกรว่าควรหลีกเลี่ยงเกรปฟรุตหรือน้ำเกรปฟรุตหรือไม่

แหล่งข้อมูล: ANSES–Ciqual (France) 13040 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร