ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 50 kcal —
- โปรตีน 0.5 g 1%
- คาร์โบไฮเดรต 12 g 4%
- ไขมัน 0.1 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 1.4 g 5%
- น้ำตาล 9.9 g —
- โซเดียม 1 mg 0%
- คอเลสเตอรอล 0 mg 0%
วิตามินและแร่ธาตุ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวันวิตามิน
- วิตามินเอ 3 µg 0%
- วิตามินซี 47.8 mg 53%
- วิตามินดี 0 µg 0%
- วิตามินอี 0.02 mg 0%
- วิตามินเค 0.7 µg 1%
- ไทอามีน (B1) 0.08 mg 7%
- ไรโบฟลาวิน (B2) 0.03 mg 2%
- ไนอาซิน (B3) 0.5 mg 3%
- กรดแพนโทเทนิก (B5) 0.21 mg 4%
- วิตามินบี 6 0.11 mg 7%
- โฟเลต (B9) 18 µg 5%
- วิตามินบี 12 0 µg 0%
- โคลีน 5.5 mg 1%
แร่ธาตุ
- แคลเซียม 13 mg 1%
- ธาตุเหล็ก 0.29 mg 2%
- แมกนีเซียม 12 mg 3%
- ฟอสฟอรัส 8 mg 1%
- โพแทสเซียม 109 mg 2%
- สังกะสี 0.12 mg 1%
- ทองแดง 0.11 mg 12%
- แมงกานีส 0.93 mg 40%
- ซีลีเนียม 0.1 µg 0%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 50 | 0.5 g | 12 g | 0.1 g |
| 1 หน่วยบริโภค | 165 g | 83 | 0.9 g | 19 g | 0.2 g |
| 2 หน่วยบริโภค | 330 g | 165 | 1.8 g | 39 g | 0.4 g |
| ½ หน่วยบริโภค | 82.5 g | 41 | 0.4 g | 9.7 g | 0.1 g |
| 3 หน่วยบริโภค | 495 g | 248 | 2.7 g | 58 g | 0.6 g |
| 4 หน่วยบริโภค | 660 g | 330 | 3.6 g | 77 g | 0.8 g |
| 50 g | 50 g | 25 | 0.3 g | 5.9 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 75 | 0.8 g | 18 g | 0.2 g |
| 200 g | 200 g | 100 | 1.1 g | 23 g | 0.2 g |
| 250 g | 250 g | 125 | 1.4 g | 29 g | 0.3 g |
อาหารที่คล้ายกัน
คำถามเกี่ยวกับ สับปะรด
เลือกสับปะรดสุกหวานดูอย่างไร?
เลือกผลที่มีกลิ่นหอมหวานตรงโคน เปลือกออกเหลืองและกดแล้วไม่แข็งทื่อ หลีกเลี่ยงผลที่มีรอยช้ำ นิ่มเละ หรือมีกลิ่นหมัก เพราะสับปะรดที่ตัดจากต้นแล้วจะไม่หวานขึ้นมากนัก
ปอกสับปะรดอย่างไรให้เอาตาออกง่าย?
ตัดหัวและท้ายออก วางผลตั้งแล้วฝานเปลือกจากบนลงล่าง จากนั้นเฉือนตาเป็นแนวเฉียงตามรอยตาที่เรียงเป็นเกลียว จะเสียเนื้อน้อยกว่าการปอกหนา ๆ แล้วหั่นเป็นแว่นหรือชิ้นตามต้องการ
สับปะรดที่หั่นแล้วเก็บได้นานแค่ไหน?
ใส่กล่องปิดสนิทแล้วแช่ตู้เย็น กินภายในประมาณสามถึงสี่วัน หากยังไม่หั่นและสุกแล้ว ให้แช่เย็นเพื่อชะลอการนิ่มและหมัก
สับปะรดเอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง?
ใส่ข้าวผัดสับปะรด แกงคั่ว หรือยำก็เข้ากันดี หากย่างหรือจี่บนกระทะให้ผิวเกรียมนิด ๆ ความหวานจะเด่นขึ้นและใช้กินคู่กับเนื้อย่างได้
ทำไมกินสับปะรดแล้วแสบลิ้นหรือคันปาก?
เอนไซม์โบรมีเลนและความเป็นกรดของสับปะรดอาจทำให้ระคายเคืองในปากได้ ลองเลือกผลสุก หั่นเป็นชิ้นเล็ก และกินพร้อมอาหาร; การนำไปปรุงสุกช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ได้
กินสับปะรดเป็นของว่างควรกินประมาณเท่าไร?
สับปะรดหั่นชิ้นหนึ่งกำมือ หรือราว 84 กรัม เป็นปริมาณของว่างที่หยิบกินง่าย คิดเป็น 42 kcal
สับปะรดมีวิตามินซีมากไหม?
สับปะรดเป็นแหล่งวิตามินซี โดยเนื้อสับปะรด 100 กรัมมีวิตามินซี 47.8 มก. กินสดเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ต้องผ่านความร้อน
แหล่งข้อมูล: USDA FoodData Central 169124 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร