ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 28 kcal —
- โปรตีน 1 g 2%
- คาร์โบไฮเดรต 4.2 g 2%
- ไขมัน 0.1 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 2.9 g 10%
- น้ำตาล 4.1 g —
- โซเดียม 10 mg 0%
- คอเลสเตอรอล 0 mg 0%
วิตามินและแร่ธาตุ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวันวิตามิน
- วิตามินเอ 71.7 µg 8%
- วิตามินซี 41 mg 46%
- วิตามินดี 0 µg 0%
- วิตามินอี 0 mg 0%
- ไทอามีน (B1) 0.05 mg 4%
- ไรโบฟลาวิน (B2) 0.04 mg 3%
- ไนอาซิน (B3) 1.8 mg 11%
- กรดแพนโทเทนิก (B5) 0.11 mg 2%
- วิตามินบี 6 0.12 mg 7%
- ไบโอติน (B7) 0.1 µg 0%
- โฟเลต (B9) 27 µg 7%
- วิตามินบี 12 0 µg 0%
- โคลีน 14.1 mg 3%
แร่ธาตุ
- แคลเซียม 47.4 mg 4%
- ธาตุเหล็ก 0.25 mg 1%
- แมกนีเซียม 14 mg 3%
- ฟอสฟอรัส 42.6 mg 3%
- โพแทสเซียม 392 mg 8%
- สังกะสี 0.18 mg 2%
- ทองแดง 0.03 mg 3%
- แมงกานีส 0.14 mg 6%
- ซีลีเนียม 0.5 µg 1%
- ไอโอดีน 0.5 µg 0%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 28 | 1 g | 4.2 g | 0.1 g |
| 50 g | 50 g | 14 | 0.5 g | 2.1 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 41 | 1.5 g | 6.3 g | 0.2 g |
| 200 g | 200 g | 55 | 2.1 g | 8.4 g | 0.2 g |
| 250 g | 250 g | 69 | 2.6 g | 11 g | 0.3 g |
อาหารที่คล้ายกัน
คำถามเกี่ยวกับ รูตาบากา
รูตาบากาคือผักชนิดเดียวกับหัวผักกาดหรือไม่?
ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน แม้หน้าตาคล้ายกัน รูตาบากามักมีหัวใหญ่กว่า เนื้อสีเหลืองและรสหวานกว่า ส่วนหัวผักกาดมักมีเนื้อสีขาวและรสเผ็ดฉุนกว่าเล็กน้อย
ต้องปอกเปลือกรูตาบากาก่อนนำมาปรุงไหม?
ควรปอกเปลือก เพราะเปลือกค่อนข้างหนาและเหนียว ใช้มีดตัดหัวกับโคนให้เป็นฐานมั่นคง แล้วปอกตามแนวโค้งก่อนหั่นเป็นชิ้น
ต้มรูตาบากานานแค่ไหนให้นุ่ม?
หั่นเป็นลูกเต๋าขนาดประมาณ 2 ซม. แล้วต้มในน้ำเดือดราว 15–20 นาที จิ้มด้วยส้อมให้ทะลุง่ายก่อนสะเด็ดน้ำ หากหั่นชิ้นใหญ่จะใช้เวลานานขึ้น
ทำรูตาบากาบดให้อร่อยได้อย่างไร?
ต้มชิ้นรูตาบากาจนนุ่ม สะเด็ดน้ำให้ดี แล้วบดกับเนยและนมหรือครีมเล็กน้อย เนื้อจะนุ่มขึ้นและได้รสหวานละมุน จะผสมมันฝรั่งบดก็ได้
รูตาบากาใช้ทำอาหารอะไรได้บ้าง?
นำไปอบกับน้ำมันและสมุนไพรที่ 200 °C ประมาณ 30–40 นาทีจนขอบเป็นสีน้ำตาล หรือใส่ในซุปและสตูว์ได้ดี รูตาบากาบดยังเป็นเครื่องเคียงที่พบได้ในอาหารยุโรปเหนือ
เก็บรูตาบากาอย่างไรให้อยู่ได้นาน?
เก็บหัวที่ยังไม่ปอกในถุงหรือภาชนะที่ระบายอากาศได้ในช่องผักของตู้เย็น โดยไม่ต้องล้างก่อนใช้ เมื่อปอกหรือหั่นแล้วให้ใส่ภาชนะปิดสนิท แช่เย็นและใช้ภายในไม่กี่วัน
รูตาบากากินดิบได้ไหม?
กินดิบได้ โดยปอกเปลือกแล้วขูดหรือหั่นบางใส่สลัด แต่เนื้อค่อนข้างแน่นและรสชัดกว่าหัวผักกาด จึงมักกินแบบปรุงสุกมากกว่า
รูตาบากามีวิตามินซีมากไหม?
มีวิตามินซีในระดับที่เป็นแหล่งของวิตามินนี้ โดยมี 41 มก. ต่อ 100 กรัม การต้มในน้ำปริมาณมากอาจทำให้วิตามินซีบางส่วนละลายออกไป
แหล่งข้อมูล: Frida (Denmark) 519 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร