ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 108 kcal —
- โปรตีน 7.1 g 14%
- คาร์โบไฮเดรต 13 g 5%
- ไขมัน 1.7 g 2%
- ใยอาหาร 6.3 g 22%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 108 | 7.1 g | 13 g | 1.7 g |
| 50 g | 50 g | 54 | 3.5 g | 6.6 g | 0.8 g |
| 150 g | 150 g | 162 | 11 g | 20 g | 2.5 g |
| 200 g | 200 g | 216 | 14 g | 26 g | 3.3 g |
| 250 g | 250 g | 270 | 18 g | 33 g | 4.1 g |
คำถามเกี่ยวกับ ถั่วเลนทิล
ถั่วเลนทิลต้องแช่น้ำก่อนปรุงไหม?
ถั่วเลนทิลแห้งส่วนใหญ่ไม่ต้องแช่ แค่คัดเศษออกแล้วล้างน้ำให้สะอาด หากแช่ไว้จะช่วยให้สุกเร็วขึ้น แต่ถั่วเลนทิลแดงมักแตกเละง่าย จึงควรล้างแล้วนำไปต้มได้เลย
ต้มถั่วเลนทิลอย่างไรให้สุกพอดี?
ใส่ถั่วเลนทิลลงในน้ำเดือดอ่อน ๆ ใช้ไฟกลางค่อนอ่อนจนเมล็ดนุ่ม โดยถั่วเลนทิลแดงใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที ส่วนชนิดเขียวหรือน้ำตาลใช้ราว 20–30 นาที หากต้องการให้เมล็ดคงรูป อย่าต้มนานเกินไป
ถั่วเลนทิลแดงกับถั่วเลนทิลเขียวใช้ทำอาหารต่างกันอย่างไร?
ถั่วเลนทิลแดงสุกเร็วและเปื่อยเป็นเนื้อข้น เหมาะกับดาล แกง และซุป ส่วนถั่วเลนทิลเขียวคงรูปได้ดีกว่า จึงเหมาะกับสลัดหรืออาหารที่อยากให้เห็นเมล็ดชัด ๆ
ถั่วเลนทิลที่ต้มสุกแล้วเก็บอย่างไร?
พักให้เย็น แล้วเก็บในภาชนะปิดสนิทในตู้เย็น ใช้ให้หมดภายใน 3–4 วัน หากทำไว้มากสามารถแบ่งแช่แข็งเป็นส่วน ๆ แล้วละลายในตู้เย็นก่อนนำไปอุ่น
ถั่วเลนทิลกินกับอะไร หรือใช้ทำเมนูไหนได้บ้าง?
ถั่วเลนทิลเข้ากับหัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ ยี่หร่า และน้ำมะนาว ใช้ทำดาลหรือซุปข้นได้ดี ส่วนชนิดที่ต้มแล้วยังเป็นเมล็ดเหมาะคลุกเป็นสลัดกับผักและสมุนไพร
ใช้อะไรแทนถั่วเลนทิลได้บ้าง?
ถั่วลูกไก่ใช้แทนได้ในสลัดหรือแกงที่ต้องการเมล็ดถั่วเป็นชิ้น แต่เนื้อจะแน่นและใหญ่กว่า หากทำซุปข้นหรือดาล ถั่วลันเตาแห้งผ่าซีกให้ความข้นใกล้เคียงกว่า
ถั่วเลนทิลดิบกินได้ไหม?
ไม่ควรกินถั่วเลนทิลแห้งดิบ เพราะเมล็ดแข็งและย่อยยาก ควรต้มจนสุกนุ่มก่อนกิน ส่วนถั่วเลนทิลเพาะงอกควรล้างให้สะอาดและปรุงให้สุก โดยเฉพาะเมื่อเสิร์ฟให้เด็กเล็ก
แหล่งข้อมูล: tbca BRC0077T · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร