รู้ว่ามีอะไรอยู่ในจาน

โยเกิร์ตกรีก

แคลอรีและข้อมูลโภชนาการ

โปรตีน6.4 g
คาร์บ5.4 g
ไขมัน10 g

ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • โปรตีน 6.4 g 13%
  • คาร์โบไฮเดรต 5.4 g 2%
  • ไขมัน 10 g 13%
  • ไขมันอิ่มตัว 6.8 g 34%
  • ใยอาหาร 0 g 0%

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g–6.4 g5.4 g10 g
50 g50 g–3.2 g2.7 g5.1 g
150 g150 g–9.6 g8.1 g15 g
200 g200 g–13 g11 g20 g
250 g250 g–16 g14 g26 g

คำถามเกี่ยวกับ โยเกิร์ตกรีก

โยเกิร์ตกรีกต่างจากโยเกิร์ตทั่วไปอย่างไร?

โยเกิร์ตกรีกมักกรองเวย์ออก จึงข้นและเนื้อแน่นกว่าโยเกิร์ตทั่วไป โยเกิร์ตทั่วไปมีโปรตีน 5.3 กรัมต่อ 100 กรัม ส่วนโยเกิร์ตกรีกมี 6.4 กรัมต่อ 100 กรัมตามสูตรนี้

ใช้โยเกิร์ตกรีกทำซอสหรือหมักอาหารอย่างไร?

ผสมกับแตงกวาขูด กระเทียม น้ำมะนาว และผักชีลาวเป็นซอสแบบซัตซิกิ หรือใช้หมักไก่กับเครื่องเทศก่อนย่าง ความข้นช่วยให้ซอสเกาะอาหารได้ดี

โยเกิร์ตกรีกเอาไปทำอาหารร้อนได้ไหม?

ได้ แต่ความร้อนจัดอาจทำให้เนื้อแยกเป็นเม็ด ใส่ลงในแกงหรือซุปหลังยกหม้อจากเตา หรือคนโยเกิร์ตกับน้ำซุปร้อนเล็กน้อยให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยเทกลับลงหม้อโดยไม่ต้มต่อ

โยเกิร์ตกรีกกินคู่กับอะไรได้บ้าง?

กินกับผลไม้สด ข้าวโอ๊ต ถั่ว หรือน้ำผึ้งเป็นมื้อเช้าหรือของว่างก็ได้ ถ้าอยากได้รสเค็ม ลองตักโปะมันฝรั่งอบ หรือใช้แทนครีมเปรี้ยวบนทาโก้และมันฝรั่ง

เปิดแล้วเก็บโยเกิร์ตกรีกอย่างไร?

ปิดฝาให้สนิทและแช่ตู้เย็นทันที ใช้ช้อนสะอาดตักทุกครั้ง หากมีน้ำใสแยกอยู่ด้านบน คนกลับเข้ากับเนื้อโยเกิร์ตได้ แต่ถ้ามีกลิ่นผิดปกติหรือเห็นราขึ้นให้ทิ้ง

ถ้าไม่มีโยเกิร์ตกรีก ใช้อะไรแทนได้?

ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติกรองผ่านผ้าสะอาดในตู้เย็นจนข้นขึ้น โดยรองภาชนะรับเวย์ไว้ หากใช้ทำซอสหรือดิป วิธีนี้จะได้เนื้อใกล้เคียงกว่าโยเกิร์ตทั่วไปที่ยังไม่กรอง

โยเกิร์ตกรีกธรรมชาติต่างจากแบบผสมผลไม้อย่างไร?

แบบธรรมชาติมักมีรสเปรี้ยวและไม่มีผลไม้ผสม ส่วนแบบผลไม้มักหวานกว่าและมีคาร์โบไฮเดรต 12.3 กรัมต่อ 100 กรัม เทียบกับ 5.4 กรัมในโยเกิร์ตกรีกนี้

แหล่งข้อมูล: BEDCA (Spain) 1447 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร