ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 123 kcal —
- โปรตีน 2.6 g 5%
- คาร์โบไฮเดรต 11 g 4%
- ไขมัน 7 g 9%
- ใยอาหาร 3 g 11%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 123 | 2.6 g | 11 g | 7 g |
| 50 g | 50 g | 62 | 1.3 g | 5.5 g | 3.5 g |
| 150 g | 150 g | 185 | 3.9 g | 16 g | 10 g |
| 200 g | 200 g | 246 | 5.2 g | 22 g | 14 g |
| 250 g | 250 g | 308 | 6.5 g | 27 g | 17 g |
คำถามเกี่ยวกับ ทับบูเลห์
ทับบูเลห์ทำจากอะไรบ้าง?
ส่วนผสมหลักคือพาร์สลีย์สับละเอียด มะเขือเทศ บัลเกอร์ น้ำมะนาว น้ำมันมะกอก และสะระแหน่ สูตรเลบานอนมักเน้นพาร์สลีย์มากกว่าบัลเกอร์ จึงต่างจากสลัดธัญพืชที่มีบัลเกอร์เป็นหลัก
ทำทับบูเลห์ให้พาร์สลีย์ไม่ช้ำและไม่แฉะได้อย่างไร?
ล้างพาร์สลีย์แล้วสะเด็ดน้ำหรือซับให้แห้งสนิทก่อนสับด้วยมีดคม อย่าปั่น เพราะใบจะช้ำและปล่อยน้ำ; ควักเมล็ดมะเขือเทศออกก่อนหั่น แล้วค่อยคลุกน้ำมะนาวกับน้ำมันมะกอกตอนใกล้เสิร์ฟ
ต้องแช่บัลเกอร์ก่อนทำทับบูเลห์ไหม?
บัลเกอร์เม็ดละเอียดมักนิ่มได้โดยแช่ในน้ำมะนาวและน้ำจากมะเขือเทศที่หั่นไว้ประมาณ 15–20 นาที แล้วค่อยคลุกกับผัก หากยังแข็ง ให้เติมน้ำเล็กน้อยและพักต่อจนเคี้ยวนุ่ม ไม่ควรต้มจนเละ
ทับบูเลห์กินคู่กับอะไรได้บ้าง?
เสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงกับเนื้อย่าง ไก่ย่าง หรือปลาย่าง และกินคู่กับฮัมมุส ขนมปังพิตา และใบผักกาดหอมได้ ใบผักกาดหอมยังใช้ตักทับบูเลห์แทนช้อนได้ด้วย
ทับบูเลห์ต่างจากฟัตตูชอย่างไร?
ทับบูเลห์เด่นที่พาร์สลีย์ บัลเกอร์ และน้ำมะนาว ส่วนฟัตตูชเป็นสลัดผักหลายชนิดที่ใส่ขนมปังพิตาทอดหรืออบให้กรอบ โดยมักปรุงรสด้วยซูแมค
เก็บทับบูเลห์ที่เหลืออย่างไร?
ใส่ภาชนะปิดสนิทแล้วแช่ตู้เย็น และกินภายในประมาณ 1–2 วัน เพราะมะเขือเทศกับน้ำมะนาวจะค่อย ๆ ทำให้ผักปล่อยน้ำ ก่อนเสิร์ฟให้คลุกเบา ๆ และเทน้ำส่วนเกินออกหากมี
แหล่งข้อมูล: tbca BRC1216B · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร