รู้ว่ามีอะไรอยู่ในจาน
พริกหวานสีเขียว
แคลอรีและข้อมูลโภชนาการ
ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- โปรตีน 0.6 g 1%
- คาร์โบไฮเดรต 2.6 g 1%
- ไขมัน 0.6 g 1%
- ไขมันอิ่มตัว 0.1 g 1%
- ใยอาหาร 1.9 g 7%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | – | 0.6 g | 2.6 g | 0.6 g |
| 50 g | 50 g | – | 0.3 g | 1.3 g | 0.3 g |
| 150 g | 150 g | – | 0.9 g | 3.9 g | 0.9 g |
| 200 g | 200 g | – | 1.2 g | 5.2 g | 1.2 g |
| 250 g | 250 g | – | 1.5 g | 6.5 g | 1.5 g |
คำถามเกี่ยวกับ พริกหวานสีเขียว
เลือกพริกหวานสีเขียวอย่างไรให้สดกรอบ?
เลือกผลที่ผิวตึงเป็นมัน เนื้อแน่น และขั้วสีเขียวสด ไม่มีรอยช้ำหรือจุดนิ่ม ผลที่หนักเมื่อเทียบกับขนาดมักมีเนื้อฉ่ำกว่า
ผัดพริกหวานสีเขียวให้ยังกรอบต้องทำอย่างไร?
หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงกระทะช่วงท้าย ผัดด้วยไฟค่อนข้างแรงประมาณ 2–3 นาที แค่ให้ร้อนและเริ่มนิ่มเล็กน้อยก็ยกลง
เก็บพริกหวานสีเขียวอย่างไรให้อยู่ได้นาน?
เก็บผลแห้งที่ยังไม่ล้างไว้ในช่องผักของตู้เย็น โดยใส่ถุงที่มีรูหรือถุงเปิดปากไว้ ล้างและหั่นเมื่อจะใช้ เพราะความชื้นที่ติดผิวทำให้เน่าเสียง่ายขึ้น
พริกหวานสีเขียวเหมาะกับเมนูอะไร?
ใส่ในผัดเปรี้ยวหวาน ผัดเนื้อ หรือข้าวผัดได้ดี เพราะเนื้อยังคงสัมผัสกรอบและรสออกขมนิด ๆ คุณจะหั่นใส่สลัด หรือยัดไส้แล้วอบก็ได้
ถ้าไม่มีพริกหวานสีเขียว ใช้อะไรแทนได้?
ใช้พริกหวานสีเหลืองหรือสีแดงแทนในเมนูผัดและอบได้ โดยรสจะหวานกว่า สีเขียวเหมาะกว่าเมื่ออยากได้รสสดและขมนิด ๆ
พริกหวานสีเขียวต่างจากพริกหยวกเขียวอย่างไร?
พริกหวานสีเขียวมีรสอ่อนและไม่เผ็ด ส่วนพริกหยวกเขียวมักมีทรงยาวกว่าและอาจเผ็ดเล็กน้อย ชื่อเรียกสองอย่างนี้อาจใช้ต่างกันตามท้องถิ่น จึงลองชิมชิ้นเล็กก่อนใส่ทั้งจาน
กินพริกหวานสีเขียวดิบได้ไหม?
กินดิบได้ ล้างใต้ก๊อกน้ำให้ทั่ว ตัดขั้วและเอาเมล็ดกับเยื่อสีขาวด้านในออกก่อน แล้วหั่นจิ้มกับน้ำสลัดหรือใส่สลัดได้เลย
แหล่งข้อมูล: BEDCA (Spain) 1847 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร