ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 57 kcal —
  • โปรตีน 0.4 g 1%
  • คาร์โบไฮเดรต 13 g 5%
  • ไขมัน 0.1 g 0%
  • ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
  • ใยอาหาร 1.9 g 7%
  • น้ำตาล 6.3 g —
  • โซเดียม 4 mg 0%
  • คอเลสเตอรอล 0 mg 0%

วิตามินและแร่ธาตุ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน

วิตามิน

  • วิตามินเอ 2 µg 0%
  • วิตามินซี 15 mg 17%
  • วิตามินดี 0 µg 0%
  • วิตามินอี 0.55 mg 4%
  • ไทอามีน (B1) 0.02 mg 2%
  • ไรโบฟลาวิน (B2) 0.03 mg 2%
  • ไนอาซิน (B3) 0.2 mg 1%
  • กรดแพนโทเทนิก (B5) 0.08 mg 2%
  • วิตามินบี 6 0.04 mg 2%
  • โฟเลต (B9) 3 µg 1%
  • วิตามินบี 12 0 µg 0%

แร่ธาตุ

  • แคลเซียม 11 mg 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.7 mg 4%
  • แมกนีเซียม 8 mg 2%
  • ฟอสฟอรัส 17 mg 1%
  • โพแทสเซียม 197 mg 4%
  • สังกะสี 0.04 mg 0%
  • ทองแดง 0.13 mg 14%
  • ซีลีเนียม 0.6 µg 1%
  • ไอโอดีน 0.4 µg 0%

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g570.4 g13 g0.1 g
50 g50 g290.2 g6.7 g0.1 g
150 g150 g860.6 g20 g0.2 g
200 g200 g1140.8 g27 g0.2 g
250 g250 g1431 g34 g0.3 g

คำถามเกี่ยวกับ มะพลุง

มะพลุงกินดิบได้ไหม

กินได้ แต่เนื้อแน่นและฝาด จึงมักปอกเปลือก เอาแกนกับเมล็ดออก แล้วนำไปปรุงให้สุกก่อน รสและกลิ่นจะนุ่มหวานขึ้นเมื่อเคี่ยวหรืออบ

ทำมะพลุงตุ๋นให้นุ่มต้องทำอย่างไร

ปอกเปลือก ผ่าครึ่งแล้วคว้านแกน วางในหม้อ เติมน้ำพอเกือบท่วมกับน้ำตาลและเครื่องเทศอย่างอบเชย เคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 45–60 นาทีจนใช้มีดจิ้มทะลุได้

มะพลุงเอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง

นำไปทำแยม ผลไม้ตุ๋น หรืออบกับเนื้อสัตว์ได้ ที่สเปนมีเมมบริโย (membrillo) ซึ่งเป็นก้อนมะพลุงกวนเนื้อแน่น นิยมกินคู่กับชีส

ควรเก็บมะพลุงอย่างไร

เก็บผลที่ยังไม่หั่นในตู้เย็น โดยวางแยกจากอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะเปลือกมีกลิ่นหอมชัด หากหั่นแล้วให้ใส่กล่องปิดสนิทและแช่เย็น ใช้ภายในไม่กี่วัน

ถ้าไม่มีมะพลุง ใช้อะไรแทนในเมนูตุ๋นได้

ใช้ลูกแพร์หรือแอปเปิลแทนได้ โดยเลือกผลเนื้อแน่นและลดเวลาตุ๋น เพราะทั้งสองชนิดนุ่มเร็วกว่ามะพลุงและมีรสฝาดน้อยกว่า

มะพลุงมีวิตามินซีมากไหม

มะพลุงเป็นแหล่งของวิตามินซี โดยมี 15 มก. ต่อ 100 กรัม

แหล่งข้อมูล: Canadian Nutrient File 1675 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร