ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 52 kcal —
- โปรตีน 2.8 g 6%
- คาร์โบไฮเดรต 7 g 3%
- ไขมัน 1 g 1%
- ไขมันอิ่มตัว 0.3 g 2%
- ใยอาหาร 0.9 g 3%
- น้ำตาล 1.2 g —
- โซเดียม 297 mg 13%
- คอเลสเตอรอล 4 mg 1%
วิตามินและแร่ธาตุ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวันวิตามิน
- วิตามินเอ 14 µg 2%
- วิตามินซี 0.5 mg 1%
- วิตามินดี 0 µg 0%
- วิตามินอี 0.12 mg 1%
- วิตามินเค 0.4 µg 0%
- ไทอามีน (B1) 0.03 mg 2%
- ไรโบฟลาวิน (B2) 0.09 mg 7%
- ไนอาซิน (B3) 0.93 mg 6%
- กรดแพนโทเทนิก (B5) 0.18 mg 4%
- วิตามินบี 6 0.08 mg 5%
- โฟเลต (B9) 11 µg 3%
- วิตามินบี 12 0.15 µg 6%
- โคลีน 9 mg 2%
แร่ธาตุ
- แคลเซียม 11 mg 1%
- ธาตุเหล็ก 0.45 mg 3%
- แมกนีเซียม 9 mg 2%
- ฟอสฟอรัส 50 mg 4%
- โพแทสเซียม 121 mg 3%
- สังกะสี 0.5 mg 5%
- ทองแดง 0.06 mg 6%
- แมงกานีส 0.09 mg 4%
- ซีลีเนียม 2.2 µg 4%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 52 | 2.8 g | 7 g | 1 g |
| 1 หน่วยบริโภค | 208 g | 108 | 5.8 g | 15 g | 2 g |
| 2 หน่วยบริโภค | 416 g | 216 | 12 g | 29 g | 4 g |
| ½ หน่วยบริโภค | 104 g | 54 | 2.9 g | 7.3 g | 1 g |
| 3 หน่วยบริโภค | 624 g | 324 | 18 g | 44 g | 6 g |
| 4 หน่วยบริโภค | 832 g | 433 | 23 g | 59 g | 8 g |
| 50 g | 50 g | 26 | 1.4 g | 3.5 g | 0.5 g |
| 150 g | 150 g | 78 | 4.2 g | 11 g | 1.4 g |
| 200 g | 200 g | 104 | 5.6 g | 14 g | 1.9 g |
| 250 g | 250 g | 130 | 7 g | 18 g | 2.4 g |
อาหารที่คล้ายกัน
คำถามเกี่ยวกับ ซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์
ทำซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์ให้อร่อย ควรต้มข้าวบาร์เลย์นานแค่ไหน?
ถ้าใช้ข้าวบาร์เลย์เม็ดขัดสีแบบเพิร์ล ให้ล้างแล้วใส่ลงหม้อต้มเคี่ยวประมาณ 30–40 นาทีจนเม็ดนุ่ม หากเนื้อต้องเคี่ยวนาน ให้นำเนื้อไปตุ๋นจนนุ่มก่อน แล้วค่อยเติมข้าวบาร์เลย์เพื่อไม่ให้เม็ดเละเกินไป
ใช้ข้าวบาร์เลย์ที่ต้มสุกแล้วทำซุปเนื้อได้ไหม?
ได้ ใส่ข้าวบาร์เลย์สุกในช่วง 5–10 นาทีสุดท้าย แค่ให้ร้อนทั่วก็พอ วิธีนี้ช่วยให้เม็ดไม่อืดและไม่ดูดน้ำซุปจนข้นเกินไป
ซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์เก็บในตู้เย็นได้นานแค่ไหน?
พักซุปให้คลายร้อนแล้วเก็บในภาชนะปิดสนิทในตู้เย็นได้ประมาณ 3–4 วัน ข้าวบาร์เลย์จะดูดน้ำซุปเพิ่มระหว่างเก็บ จึงเติมน้ำหรือน้ำซุปเล็กน้อยตอนอุ่นได้
ซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์แช่แข็งได้หรือไม่?
แช่แข็งได้ในภาชนะปิดสนิท โดยเว้นที่ว่างด้านบนเล็กน้อยให้ซุปขยายตัว เมื่อต้องการกิน ให้ละลายในตู้เย็นข้ามคืนแล้วอุ่นจนเดือดทั่ว; เนื้อสัมผัสของข้าวบาร์เลย์อาจนุ่มลงหลังแช่แข็ง
ซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์กินคู่กับอะไรดี?
กินกับขนมปังเปลือกกรอบหรือขนมปังซาวร์โดว์สำหรับจุ่มน้ำซุปก็เข้ากัน หรือเสิร์ฟกับสลัดผักสดเพื่อเพิ่มความสดชื่น ซุปชนิดนี้มักใส่แครอต ขึ้นฉ่าย และหัวหอมด้วย
ถ้าไม่มีข้าวบาร์เลย์ ใช้อะไรแทนในซุปเนื้อได้บ้าง?
ใช้ข้าวกล้องหรือข้าวสาลีเบอร์รีแทนได้ แต่เวลาเคี่ยวและปริมาณน้ำที่ดูดซับต่างกัน ควรต้มแยกจนเกือบนุ่มแล้วเติมลงซุปช่วงท้าย เพื่อควบคุมความข้นได้ง่าย
ซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์ต่างจากซุปน้ำซุปเนื้ออย่างไร?
ซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์มีเนื้อ ผัก และเมล็ดธัญพืช จึงข้นและกินอิ่มกว่าน้ำซุปเนื้อใส ซึ่งให้พลังงาน 5 kcal ต่อ 100 g เทียบกับ 52 kcal ต่อ 100 g ของซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์
คนที่หลีกเลี่ยงกลูเตนกินซุปเนื้อและข้าวบาร์เลย์ได้ไหม?
ไม่ได้ เพราะข้าวบาร์เลย์มีกลูเตน หากต้องการทำซุปแบบไม่ใส่กลูเตน ให้เปลี่ยนเป็นข้าวหรือควินัว และตรวจส่วนผสมของน้ำซุปสำเร็จรูปด้วย
แหล่งข้อมูล: USDA FoodData Central 174073 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร