ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 4 kcal —
- โปรตีน 0.3 g 1%
- คาร์โบไฮเดรต 0.5 g 0%
- ไขมัน 0.1 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0.1 g 1%
- ใยอาหาร 0 g 0%
- น้ำตาล 0.5 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 4 | 0.3 g | 0.5 g | 0.1 g |
| 50 g | 50 g | 2 | 0.2 g | 0.3 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 6 | 0.5 g | 0.8 g | 0.2 g |
| 200 g | 200 g | 8 | 0.6 g | 1.1 g | 0.2 g |
| 250 g | 250 g | 10 | 0.8 g | 1.4 g | 0.3 g |
คำถามเกี่ยวกับ น้ำสต๊อกผัก
ทำน้ำสต๊อกผักเองอย่างไรให้หอมและไม่ขม?
ใส่หอมหัวใหญ่ แครอต ขึ้นฉ่าย และเห็ดลงในหม้อ เติมน้ำเย็นให้ท่วม แล้วเคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 45–60 นาที ไม่ควรใช้ผักตระกูลกะหล่ำมากหรือเคี่ยวนาน เพราะน้ำสต๊อกอาจขมได้ กรองก่อนนำไปใช้
น้ำสต๊อกผักใช้ทำเมนูอะไรได้บ้าง?
ใช้แทนน้ำเปล่าในโจ๊ก ข้าวต้ม ซุปผัก และแกงจืด หรือเติมขณะหุงข้าวและผัดรีซอตโตเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ถ้าจะใส่ในเมนูที่ปรุงรสจัด ให้ชิมก่อนเติมเกลือหรือน้ำปลา
น้ำสต๊อกผักเก็บในตู้เย็นได้นานแค่ไหน?
พักให้คลายร้อนแล้วเทใส่ภาชนะปิดสนิท แช่ตู้เย็นและใช้ภายใน 3–4 วัน หากยังไม่ใช้ ให้แบ่งแช่แข็งเป็นส่วนเล็ก ๆ เพื่อหยิบละลายเท่าที่ต้องการ
แช่แข็งน้ำสต๊อกผักอย่างไรให้ใช้ง่าย?
แบ่งใส่กล่องหรือถาดทำน้ำแข็งโดยเหลือที่ว่างเล็กน้อย เพราะของเหลวจะขยายตัวเมื่อแข็ง จากนั้นย้ายก้อนที่แข็งแล้วใส่ถุงปิดสนิท ใช้ภายในประมาณ 2–3 เดือน และละลายในตู้เย็นหรืออุ่นในหม้อ
น้ำสต๊อกผักกับน้ำซุปผักต่างกันอย่างไร?
คำเรียกใช้ไม่เหมือนกันทุกครัว แต่โดยทั่วไปน้ำสต๊อกผักเน้นเคี่ยวผักเพื่อให้ได้น้ำหอมไว้เป็นส่วนประกอบของอาหาร ส่วนน้ำซุปผักมักปรุงรสและเสิร์ฟกินได้เลย หากใช้แทนกัน ควรชิมก่อนปรุงเพิ่ม
ถ้าไม่มีน้ำสต๊อกผัก ใช้อะไรแทนได้?
ใช้น้ำเปล่าได้ โดยเพิ่มหอมหัวใหญ่ เห็ด หรือสมุนไพรลงในหม้อเพื่อให้มีกลิ่นหอมขึ้น หากใช้ก้อนสต๊อกผัก ให้ละลายตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์และลดเกลือหรือน้ำปลาในสูตร เพราะก้อนสต๊อกมักมีรสเค็ม
ต้มผักทำน้ำสต๊อกผักควรใช้ไฟแรงไหม?
ไม่ควรปล่อยให้เดือดพล่าน ให้ตั้งไฟจนเริ่มเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวเบา ๆ และช้อนฟองออกเป็นระยะ น้ำสต๊อกจะใสและรสไม่ขุ่น
แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) X416243 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร