ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 352 kcal —
- โปรตีน 5.5 g 11%
- คาร์โบไฮเดรต 59 g 21%
- ไขมัน 9.9 g 13%
- ใยอาหาร 3.4 g 12%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 352 | 5.5 g | 59 g | 9.9 g |
| 50 g | 50 g | 176 | 2.7 g | 29 g | 5 g |
| 150 g | 150 g | 528 | 8.2 g | 88 g | 15 g |
| 200 g | 200 g | 704 | 11 g | 117 g | 20 g |
| 250 g | 250 g | 880 | 14 g | 146 g | 25 g |
คำถามเกี่ยวกับ โพเลนตา
โพเลนตาคืออะไร?
โพเลนตาเป็นอาหารอิตาเลียนที่ทำจากแป้งข้าวโพดต้มกับน้ำหรือน้ำสต๊อก คนจนข้น จะกินนุ่ม ๆ หรือพักให้เซตตัวแล้วหั่นเป็นชิ้นก็ได้
ต้มโพเลนตาอย่างไรไม่ให้จับเป็นก้อน?
ค่อย ๆ โรยแป้งข้าวโพดลงในน้ำเดือดพลางใช้ตะกร้อมือคน จากนั้นลดเป็นไฟอ่อนและคนต่อเนื่องจนข้น วิธีนี้ช่วยให้แป้งกระจายตัวแทนที่จะรวมเป็นก้อน
โพเลนตาต้องต้มนานแค่ไหน?
โพเลนตาแบบบดทั่วไปมักต้องเคี่ยวไฟอ่อนราว 30–40 นาที หมั่นคนและเติมน้ำร้อนหากข้นเกินไป ส่วนชนิดปรุงสุกเร็วใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที จึงควรดูคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์
กินโพเลนตากับอะไรได้บ้าง?
เสิร์ฟโพเลนตาเนื้อนุ่มกับซอสเห็ดหรือรากูเนื้อ หรือโรยชีสแข็งขูดก็เข้ากันดี หากทำให้เซตตัวแล้ว หั่นเป็นชิ้นนำไปย่างหรือทอดเป็นเครื่องเคียงได้
โพเลนตาที่ปรุงแล้วเก็บอย่างไร?
พักให้คลายร้อน ใส่ภาชนะปิดสนิทแล้วแช่ตู้เย็น โดยควรกินภายใน 3–4 วัน เมื่อต้องการให้นุ่มอีกครั้ง ให้อุ่นในหม้อด้วยไฟอ่อนและเติมน้ำหรือน้ำสต๊อกทีละน้อยพร้อมคน
ใช้แป้งอะไรแทนโพเลนตาได้?
ถ้าต้องการทำอาหารเนื้อข้นจากข้าวโพด ใช้ปลายข้าวโพดบดหรือเกล็ดข้าวโพดบดแทนได้ แต่ความละเอียดต่างกันทำให้เนื้อสัมผัสและเวลาต้มเปลี่ยนไป ค่อย ๆ เติมน้ำระหว่างปรุงจนได้ความข้นที่ต้องการ
โพเลนตาแบบนุ่มกับแบบหั่นชิ้นต่างกันอย่างไร?
เป็นอาหารชนิดเดียวกัน ต่างกันที่การพักหลังปรุง: แบบนุ่มเสิร์ฟทันที ส่วนแบบหั่นชิ้นเทใส่ถาด พักให้เย็นและเซตตัว แล้วนำไปย่างหรือทอดให้ผิวเกรียม
แหล่งข้อมูล: tbca BRC0468A · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร