ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 73 kcal —
- โปรตีน 0.9 g 2%
- คาร์โบไฮเดรต 18 g 6%
- ไขมัน 0 g 0%
- ใยอาหาร 0.9 g 3%
- น้ำตาล 0.2 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 73 | 0.9 g | 18 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 37 | 0.5 g | 8.9 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 110 | 1.4 g | 27 g | 0.1 g |
| 200 g | 200 g | 146 | 1.8 g | 36 g | 0.1 g |
| 250 g | 250 g | 183 | 2.3 g | 45 g | 0.1 g |
คำถามเกี่ยวกับ โพเลนตา
โพเลนตาทำจากอะไร?
โพเลนตาทำจากข้าวโพดบด มักใช้เมล็ดบดหยาบต้มกับน้ำหรือน้ำสต็อกจนเนียนข้น เมื่อต้มจนเย็นจะแข็งตัวพอให้หั่นเป็นชิ้นได้
ต้มโพเลนตาอย่างไรไม่ให้เป็นก้อน?
ค่อย ๆ โรยโพเลนตาลงในน้ำเดือดพร้อมคนด้วยตะกร้อมือ จากนั้นลดไฟอ่อนและคนเป็นระยะ ต้มแบบบดหยาบประมาณ 30–45 นาทีจนเนื้อนุ่ม ส่วนชนิดบดละเอียดอาจสุกเร็วกว่านั้น
โพเลนตาที่เหลือเก็บอย่างไร และอุ่นซ้ำแบบไหน?
พักให้เย็น ใส่ภาชนะปิดสนิทแล้วแช่ตู้เย็น ใช้ภายใน 3–4 วัน หากเนื้อแน่นจนหั่นได้ ให้นำชิ้นไปทอดในกระทะหรือย่างจนผิวนอกเกรียม หรืออุ่นในหม้อพร้อมเติมน้ำเล็กน้อยและคนให้เนียน
โพเลนตากินคู่กับอะไรได้บ้าง?
เสิร์ฟเนื้อโพเลนตาร้อน ๆ คู่กับซอสเนื้อ เห็ดผัด หรือชีสก็เข้ากันดี ในอาหารอิตาเลียนยังนิยมเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงกับสตูว์และเนื้อตุ๋น
ถ้าไม่มีโพเลนตา ใช้อะไรแทนได้?
ใช้ปลายข้าวโพดบดหรือแป้งข้าวโพดบดหยาบต้มเป็นโจ๊กข้นแทนได้ แต่ขนาดเม็ดมีผลต่อเวลาและเนื้อสัมผัส ส่วนมันบดเป็นเครื่องเคียงที่ใช้แทนกันได้ แต่รสและเนื้อสัมผัสไม่เหมือนโพเลนตา
โพเลนตาแบบนุ่มกับแบบหั่นชิ้นต่างกันอย่างไร?
โพเลนตานุ่มเสิร์ฟทันทีหลังต้ม โดยเติมน้ำหรือน้ำสต็อกให้เนื้อข้นแต่ยังตักได้ ส่วนแบบหั่นชิ้นต้องเทใส่ถาด พักให้เย็นจนเซ็ตตัว แล้วจึงหั่นไปย่างหรือทอด
แหล่งข้อมูล: CREA (Italy) 000076 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร