ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 129 kcal —
- โปรตีน 1.5 g 3%
- คาร์โบไฮเดรต 29 g 11%
- ไขมัน 0.3 g 0%
- ใยอาหาร 2.3 g 8%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 129 | 1.5 g | 29 g | 0.3 g |
| 50 g | 50 g | 65 | 0.8 g | 15 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 194 | 2.3 g | 44 g | 0.4 g |
| 200 g | 200 g | 258 | 3.1 g | 58 g | 0.5 g |
| 250 g | 250 g | 323 | 3.9 g | 73 g | 0.6 g |
คำถามเกี่ยวกับ กล้วยปิ้ง
กล้วยปิ้งควรใช้กล้วยชนิดไหน
นิยมใช้กล้วยน้ำว้าที่สุกเหลืองแต่เนื้อยังแน่น เพราะปิ้งแล้วหวานหอมและไม่เละง่าย เลือกผลที่เปลือกไม่มีรอยช้ำมาก แล้วปอกเปลือกก่อนนำไปปิ้ง
ปิ้งกล้วยให้นุ่มและเกรียมหอมต้องทำอย่างไร
ปิ้งกล้วยบนเตาถ่านหรือกระทะย่างด้วยไฟกลาง คอยกลับด้านจนผิวมีรอยเกรียมและเนื้อนุ่ม ใช้เวลาราว 10–15 นาทีตามขนาดผล จากนั้นวางบนเขียงแล้วกดให้แบนเบา ๆ
ทำกล้วยปิ้งด้วยกระทะหรือเตาอบได้ไหม
ได้ ใช้กระทะย่างแบบไม่ทาน้ำมันบนไฟกลาง พลิกเป็นระยะจนผิวเกรียม หรืออบที่ 200 °C ประมาณ 15–20 นาที แล้วกดให้แบนหลังปิ้ง
กล้วยปิ้งกินกับอะไร และน้ำราดทำอย่างไร
กินเปล่า ๆ หรือราดน้ำกะทิที่เคี่ยวกับน้ำตาลและเกลือเล็กน้อยจนข้น น้ำราดควรเคี่ยวไฟอ่อนและคนเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้กะทิแตกมันหรือไหม้
กล้วยปิ้งต่างจากกล้วยคาราเมลอย่างไร
กล้วยปิ้งทำให้สุกด้วยความร้อนจนหอมและเกรียม โดยไม่จำเป็นต้องเคลือบน้ำตาล ส่วนกล้วยคาราเมลผ่านการเคี่ยวหรือผัดกับน้ำตาล จึงมีรสหวานจัดและผิวเคลือบเงา
เก็บกล้วยปิ้งที่เหลืออย่างไร
พักให้เย็นแล้วใส่ภาชนะปิดสนิท แช่ตู้เย็นและกินภายใน 2–3 วัน เมื่อต้องการอุ่น ให้อุ่นในกระทะหรือเตาอบจนร้อนทั่ว; น้ำราดกะทิควรแยกเก็บต่างหาก
แหล่งข้อมูล: tbca BRC0279C · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร