ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 35 kcal —
- โปรตีน 0.8 g 2%
- คาร์โบไฮเดรต 5.2 g 2%
- ไขมัน 0.2 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 3 g 11%
- น้ำตาล 3.5 g —
- โซเดียม 302 mg 13%
- คอเลสเตอรอล 0 mg 0%
วิตามินและแร่ธาตุ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวันวิตามิน
- วิตามินเอ 852 µg 95%
- วิตามินซี 3.6 mg 4%
- วิตามินดี 0 µg 0%
- วิตามินอี 1 mg 7%
- วิตามินเค 13.7 µg 11%
- ไทอามีน (B1) 0.07 mg 6%
- ไรโบฟลาวิน (B2) 0.04 mg 3%
- ไนอาซิน (B3) 0.65 mg 4%
- กรดแพนโทเทนิก (B5) 0.23 mg 5%
- วิตามินบี 6 0.15 mg 9%
- โฟเลต (B9) 2 µg 1%
- วิตามินบี 12 0 µg 0%
- โคลีน 8.8 mg 2%
แร่ธาตุ
- แคลเซียม 30 mg 2%
- ธาตุเหล็ก 0.34 mg 2%
- แมกนีเซียม 10 mg 2%
- ฟอสฟอรัส 30 mg 2%
- โพแทสเซียม 235 mg 5%
- สังกะสี 0.2 mg 2%
- ทองแดง 0.02 mg 2%
- แมงกานีส 0.16 mg 7%
- ซีลีเนียม 0.7 µg 1%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 35 | 0.8 g | 5.2 g | 0.2 g |
| 1 หน่วยบริโภค | 9.7 g | 3 | 0.1 g | 0.5 g | 0 g |
| 2 หน่วยบริโภค | 19.4 g | 7 | 0.1 g | 1 g | 0 g |
| ½ หน่วยบริโภค | 4.9 g | 2 | 0 g | 0.3 g | 0 g |
| 3 หน่วยบริโภค | 29.1 g | 10 | 0.2 g | 1.5 g | 0.1 g |
| 4 หน่วยบริโภค | 38.8 g | 14 | 0.3 g | 2 g | 0.1 g |
| 50 g | 50 g | 18 | 0.4 g | 2.6 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 53 | 1.1 g | 7.8 g | 0.3 g |
| 200 g | 200 g | 70 | 1.5 g | 10 g | 0.4 g |
| 250 g | 250 g | 88 | 1.9 g | 13 g | 0.5 g |
คำถามเกี่ยวกับ แครอต
แครอตต้องปอกเปลือกก่อนกินหรือไม่?
ไม่จำเป็น ถ้าล้างและขัดผิวให้สะอาด โดยเฉพาะแครอตอ่อนที่ผิวบาง; ถ้าผิวหยาบหรือมีรอยช้ำ ให้ปอกบาง ๆ และตัดส่วนเสียทิ้ง
ทำอย่างไรให้แครอตสุกนุ่มแต่ไม่เละ?
หั่นเป็นชิ้นหนาใกล้เคียงกัน แล้วต้มในน้ำเดือดประมาณ 5–8 นาที หรือนึ่ง 8–10 นาที ทดสอบด้วยส้อมให้แทงผ่านได้แต่ชิ้นยังคงรูป
แครอตอบให้นุ่มหวานควรใช้อุณหภูมิเท่าไรและนานแค่ไหน?
คลุกแครอตหั่นแท่งกับน้ำมันเล็กน้อย เรียงชั้นเดียวแล้วอบที่ 200 °C ประมาณ 25–35 นาที พลิกครึ่งทาง; ชิ้นเล็กจะสุกเร็วกว่าชิ้นหนา
เก็บแครอตอย่างไรให้กรอบนาน?
ตัดใบออก เพราะใบดึงความชื้นจากหัว แล้วใส่แครอตในถุงหรือภาชนะปิดหลวม ๆ ในตู้เย็น เก็บให้ห่างจากผลไม้ที่ปล่อยเอทิลีน เช่น แอปเปิล ซึ่งเร่งให้แครอตเสื่อมคุณภาพ
แครอตใช้ทำอาหารจานไหนได้บ้าง?
ใส่แครอตหั่นเต๋าในแกงจืดและผัดรวมกับเนื้อสัตว์หรือผักอื่นได้ หรือขูดเส้นทำสลัดแครอตกับน้ำส้มสายชูและน้ำมัน การหั่นให้ขนาดเท่ากันช่วยให้สุกพร้อมกัน
แครอตดิบกับแครอตสุกต่างกันอย่างไร?
แครอตดิบกรอบ เหมาะกินเป็นแท่งกับน้ำจิ้มหรือขูดใส่สลัด ส่วนแครอตสุกนุ่มและมีรสหวานเด่นขึ้น ใช้ในซุป แกง และอาหารอบได้ดี
กินแครอตดิบได้ไหม?
กินดิบได้ ล้างใต้ก๊อกน้ำพร้อมขัดผิวให้ทั่ว แล้วตัดหัวและปลายออก หากแครอตมีรอยแตกหรือดินติดแน่น ให้ปอกเปลือกก่อนหั่น
แครอตให้วิตามินเอเท่าไรในหนึ่งหัว?
แครอตขนาดกลางหนึ่งหัวหนักราว 46 กรัม ให้พลังงาน 16 kcal และวิตามินเอ 392 µg; หากหั่นใส่อาหาร ปริมาณครึ่งหัวก็เป็นส่วนประกอบที่ใช้ได้สะดวก
แหล่งข้อมูล: USDA FoodData Central 169339 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร