ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 181 kcal —
- โปรตีน 1 g 2%
- คาร์โบไฮเดรต 43 g 16%
- ไขมัน 0.2 g 0%
- ใยอาหาร 1.7 g 6%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 181 | 1 g | 43 g | 0.2 g |
| 50 g | 50 g | 91 | 0.5 g | 22 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 272 | 1.6 g | 64 g | 0.2 g |
| 200 g | 200 g | 362 | 2.1 g | 86 g | 0.3 g |
| 250 g | 250 g | 453 | 2.6 g | 107 g | 0.4 g |
คำถามเกี่ยวกับ กล้วยคาราเมล
ทำกล้วยคาราเมลในกระทะอย่างไรไม่ให้กล้วยเละ?
ใช้กล้วยห่ามที่ยังเนื้อแน่น หั่นตามยาวหรือหั่นท่อนหนาประมาณ 2 ซม. เคี่ยวน้ำตาลกับน้ำเล็กน้อยจนเป็นสีอำพัน แล้วใส่กล้วยลงคลุกเบา ๆ เพียง 1–2 นาที จากนั้นยกลงก่อนเนื้อเริ่มยุ่ย
กล้วยแบบไหนเหมาะทำกล้วยคาราเมล?
เลือกกล้วยที่สุกเหลืองแต่ยังแน่น ไม่มีจุดดำมาก เพราะกล้วยสุกจัดจะนิ่มและแตกเมื่อโดนความร้อน กล้วยน้ำว้าห่ามหรือกล้วยหอมที่ยังแน่นใช้ได้ดี
กล้วยคาราเมลเก็บอย่างไร และอุ่นซ้ำได้ไหม?
พักให้เย็นแล้วใส่ภาชนะปิดสนิท แช่ตู้เย็นและกินภายใน 2–3 วัน ซอสคาราเมลจะแข็งเมื่อเย็น ให้อุ่นในกระทะด้วยไฟอ่อน เติมน้ำหนึ่งช้อนโต๊ะและคนเบา ๆ จนซอสคลายตัว
กล้วยคาราเมลกินคู่กับอะไรอร่อย?
เสิร์ฟอุ่นกับไอศกรีมวานิลลา โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือแพนเค้กก็เข้ากัน โรยถั่วคั่วหรืออบเชยเพื่อเพิ่มกลิ่นและความกรุบ โดยใส่ถั่วตอนเสิร์ฟเพื่อไม่ให้ชื้น
กล้วยคาราเมลต่างจากกล้วยปิ้งอย่างไร?
กล้วยคาราเมลเคลือบด้วยน้ำตาลที่เคี่ยวจนหอมและมีผิวเหนียวเงา ส่วนกล้วยปิ้งได้กลิ่นหอมจากการย่างและมักนุ่มหนึบกว่า หากต้องการรสควันอ่อน ๆ เลือกกล้วยปิ้ง; หากชอบผิวหวานกรอบบาง ๆ เลือกกล้วยคาราเมล
ถ้าไม่มีน้ำตาลทรายทำกล้วยคาราเมลใช้อะไรแทนได้?
ใช้น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลมะพร้าวได้ โดยเคี่ยวไฟอ่อนและเฝ้าดูใกล้ชิด เพราะสีเข้มทำให้กะระยะก่อนน้ำตาลไหม้ยากขึ้น น้ำผึ้งไม่เหมาะกับการเคี่ยวจนเป็นคาราเมล เพราะไหม้และขมได้ง่าย
แหล่งข้อมูล: tbca BRC0192C · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร