วารสาร

คุณกินอาหารเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหรือไม่

การสร้างและรักษากล้ามเนื้อต้องทำมากกว่าแค่เพิ่มโปรตีนลงในบันทึกอาหาร คู่มือนี้อธิบายว่าควรติดตามอะไร มื้ออาหารช่วยสนับสนุนการฝึกอย่างไร และจะประเมินกิจวัตรของคุณในระยะยาวได้อย่างไร

อาหารกับการฝึกมีหน้าที่ต่างกัน

การฝึกแรงต้านกระตุ้นให้กล้ามเนื้อปรับตัว ส่วนอาหารให้พลังงานและสารอาหารที่ใช้ในการสร้างและซ่อมแซม การกินโปรตีนเพิ่มโดยไม่ใช้กล้ามเนื้อเป็นประจำ ไม่อาจทดแทนการฝึกได้ เช่นเดียวกัน หากฝึกหนักแต่กินอาหารน้อยเกินไปอย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้การฟื้นตัวและความก้าวหน้าทำได้ยากขึ้น

การกินเพื่อเน้นกล้ามเนื้อไม่ได้หมายถึงการกินเมนูพิเศษเพียงแบบเดียว แต่หมายถึงการกินอาหารให้เพียงพอโดยรวม กระจายสารอาหารที่เป็นประโยชน์ให้ทั่วทั้งวัน และปรับปริมาณอาหารให้เหมาะกับกิจกรรม ความต้องการของคุณขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดร่างกาย กิจวัตร ความอยากอาหาร และเป้าหมาย

  • มีกิจกรรมที่ใช้แรงต้านเป็นประจำในแต่ละสัปดาห์
  • ติดตามมื้ออาหารให้ครบ ไม่ใช่ดูแค่โปรตีน
  • พิจารณารูปแบบการกินตามปกติในช่วงหลายวัน
  • ปรับปริมาณอาหารเมื่อภาระการฝึกเปลี่ยนไป

กินโปรตีนเป็นประจำตลอดทั้งวัน

โปรตีนให้กรดอะมิโน ซึ่งร่างกายนำไปใช้รักษาและสร้างเนื้อเยื่อ แทนที่จะเก็บโปรตีนส่วนใหญ่ไว้กินในมื้อเดียว ให้มีแหล่งโปรตีนในหลายช่วงมื้อ ปริมาณที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละคน บันทึกอาหารจึงมีประโยชน์ที่สุดเมื่อแสดงทั้งปริมาณที่กินทั้งหมดและการกระจายโปรตีนในแต่ละมื้อ

อาหารที่มีโปรตีนแตกต่างกันทั้งเนื้อสัมผัส ความสะดวก และสารอาหารอื่น ๆ ที่ให้มา การสลับกินแหล่งโปรตีนจากสัตว์และพืชช่วยให้ทำมื้ออาหารที่กินอร่อยและทำซ้ำได้ง่ายขึ้น หากกินอาหารจากพืชเท่านั้น การกินอาหารหลากหลายตลอดทั้งวันจะช่วยให้ได้รับกรดอะมิโนที่หลากหลายขึ้น

  • ไข่ โยเกิร์ต นม หรือคอตเทจชีส
  • ปลา ไก่ ไก่งวง หรือเนื้อไม่ติดมัน
  • เต้าหู้ เทมเป้ หรืออาหารจากถั่วเหลือง
  • ถั่วเมล็ดแห้ง เลนทิล หรือถั่วลูกไก่
  • ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช หรือเนยถั่ว

อย่ามองข้ามพลังงานโดยรวม

โปรตีนไม่อาจทำหน้าที่ได้ทุกอย่าง หากคุณกินอาหารโดยรวมไม่เพียงพอกับกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ร่างกายต้องใช้พลังงานในการฝึก การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน และการฟื้นตัว คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนให้พลังงานประมาณ 4 กิโลแคลอรีต่อกรัม ส่วนไขมันให้ประมาณ 9 กิโลแคลอรีต่อกรัม

ดังนั้น บันทึกอาหารที่เน้นกล้ามเนื้อควรแสดงมากกว่ายอดรวมโปรตีน ลองดูว่ามื้ออาหารมีปริมาณเพียงพอหรือไม่ คุณมักข้ามมื้อในช่วงที่ยุ่งหรือเปล่า และความหิวสะสมมากในช่วงท้ายวันเป็นประจำหรือไม่ ไม่มีปริมาณแคลอรีระดับเดียวที่เหมาะกับทุกคน ปริมาณที่เหมาะกับคุณขึ้นอยู่กับร่างกายและกิจกรรมของคุณ

  • ประเมินขนาดมื้ออาหารควบคู่กับยอดรวมสารอาหาร
  • สังเกตช่วงเวลาที่ยาวนานระหว่างมื้อ
  • บันทึกเครื่องดื่ม ซอส และไขมันที่ใช้ปรุงอาหารให้สม่ำเสมอ
  • เปรียบเทียบวันที่มีกิจกรรมมากกับวันที่มีกิจกรรมน้อย

ใช้คาร์โบไฮเดรตช่วยสนับสนุนการฝึก

คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานที่มีประโยชน์สำหรับการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้แรงมาก อาหารอย่างข้าวโอ๊ต ข้าว มันฝรั่ง ขนมปัง พาสต้า ผลไม้ และถั่วเมล็ดแห้ง ช่วยให้มื้ออาหารเหมาะกับช่วงก่อนหรือหลังการฝึกมากขึ้น การลดคาร์โบไฮเดรตลงมากอาจทำให้มื้ออาหารมีโปรตีนสูง แต่ไม่เหมาะกับสิ่งที่คุณกำลังให้ร่างกายทำ

ก่อนฝึก เลือกอาหารที่ย่อยสบายและเหมาะกับเวลาที่มี หลังฝึก การกินคาร์โบไฮเดรตร่วมกับโปรตีนเป็นมื้อฟื้นฟูร่างกายที่ทำได้สะดวก ปริมาณและเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความอยากอาหาร ตารางเวลา และระยะเวลาและความหนักของการฝึก

  • โจ๊กข้าวโอ๊ตใส่นม โยเกิร์ต และผลไม้
  • ข้าวกับเต้าหู้หรือไก่และผัก
  • มันฝรั่งอบเสิร์ฟกับถั่วและชีส
  • พาสต้ากับปลา ซอสมะเขือเทศ และผักใบเขียว

อย่าลืมไขมัน พืชผัก และน้ำ

ไขมันในอาหารให้พลังงานและช่วยให้อาหารอิ่มท้อง แหล่งไขมันอย่างน้ำมันมะกอก ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช อะโวคาโด และปลาที่มีไขมัน สามารถกินควบคู่กับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากไขมันให้พลังงานสูง การบันทึกปริมาณที่กินอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เห็นภาพการกินโดยรวมชัดเจนขึ้น

ผักและผลไม้เพิ่มใยอาหาร สีสัน และสารอาหารหลากหลายให้มื้ออาหาร หากเป้าหมายคือการเพิ่มกล้ามเนื้อ ผักและผลไม้ไม่ควรเบียดอาหารที่ให้พลังงานสูงออกไปทั้งหมด แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินที่สมดุล การดื่มน้ำเป็นประจำก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนหรือฝึกหนัก

  • เติมน้ำมันมะกอกหรืออะโวคาโดลงในชามธัญพืช
  • ใส่ถั่วเปลือกแข็งหรือเมล็ดพืชในโยเกิร์ตหรือโจ๊กข้าวโอ๊ต
  • กินผักคู่กับข้าว มันฝรั่ง หรือพาสต้า
  • กินผลไม้คู่กับของว่างที่มีโปรตีน
  • ดื่มน้ำพร้อมมื้ออาหารและในช่วงฝึก

ดูรูปแบบการกิน ไม่ใช่วันที่สมบูรณ์แบบเพียงวันเดียว

ข้อมูลจากตัวติดตามอาหารเพียงวันเดียวบอกไม่ได้ว่ากิจวัตรของคุณช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหรือไม่ ลองทบทวนหลายวันที่เป็นวันปกติ แล้วมองหาสิ่งที่ขาดซ้ำ ๆ เช่น มื้อที่ไม่มีโปรตีน วันที่ฝึกแต่ได้รับพลังงานน้อย หรือช่วงเวลาที่ยาวนานโดยไม่ได้กินอาหาร ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการบันทึกข้อมูลให้ดูสมบูรณ์แบบเพียงครั้งเดียว

บันทึกการฝึกช่วยให้เข้าใจข้อมูลอาหารได้ชัดขึ้น ลองสังเกตว่าคุณฝึกตามแผนได้หรือไม่ ฟื้นตัวระหว่างการฝึกได้ดีแค่ไหน และค่อย ๆ เพิ่มแรงต้านหรือจำนวนครั้งที่ทำได้อย่างควบคุมได้หรือไม่ ความอยากอาหาร กิจวัตร และกิจกรรมที่เปลี่ยนไปอาจหมายความว่าคุณต้องปรับรูปแบบการกินด้วย

ปรับทีละอย่างที่ทำได้จริง เพื่อให้เห็นว่าเข้ากับชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่ เช่น เพิ่มโปรตีนในมื้อเช้า กินคาร์โบไฮเดรตก่อนฝึก หรือเตรียมมื้อที่อิ่มท้องขึ้นหลังฝึก หากต้องการเป้าหมายปริมาณอาหารเฉพาะบุคคล ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการที่มีคุณวุฒิเหมาะสม

  • ตรวจดูวันปกติหลายวันร่วมกัน
  • เปรียบเทียบปริมาณอาหารกับความต้องการจากการฝึก
  • เลือกปรับอย่างหนึ่งที่ทำซ้ำได้
  • ทบทวนว่าการปรับนั้นส่งผลต่อความอยากอาหารและการฝึกอย่างไร

บทความอื่น ๆ ในวารสาร