ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 38 kcal —
  • โปรตีน 1.7 g 3%
  • คาร์โบไฮเดรต 2.5 g 1%
  • ไขมัน 2.4 g 3%
  • ไขมันอิ่มตัว 1.2 g 6%
  • ใยอาหาร 0 g 0%
  • น้ำตาล 2.3 g —

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g381.7 g2.5 g2.4 g
50 g50 g190.9 g1.2 g1.2 g
150 g150 g572.6 g3.7 g3.5 g
200 g200 g763.4 g4.9 g4.7 g
250 g250 g954.3 g6.1 g5.9 g

คำถามเกี่ยวกับ น้ำชาชง

ชงน้ำชาอย่างไรไม่ให้ขมฝาด?

ใช้ใบชาประมาณหนึ่งช้อนชาต่อน้ำร้อน 200 มล. ชาดำชงด้วยน้ำเดือด 3–5 นาที ส่วนชาเขียวใช้น้ำราว 70–80 °C และชง 2–3 นาที แล้วกรองใบชาออกทันที

ทำน้ำชาชงเย็นให้อร่อยได้อย่างไร?

ชงชาให้เข้มกว่าปกติเล็กน้อย แล้วเทลงบนน้ำแข็งทันที จะช่วยให้ได้กลิ่นชาชัดโดยไม่ต้องรอนาน หรือแช่ใบชาในน้ำเย็นในตู้เย็น 6–8 ชั่วโมงแล้วกรองก่อนดื่ม

น้ำชาชงที่เหลือเก็บอย่างไร?

กรองใบชาออก เทใส่ภาชนะสะอาดที่มีฝาปิด แล้วแช่ตู้เย็น ควรดื่มภายใน 2–3 วัน และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง

ทำไมน้ำชาชงถึงมีรสขม?

มักเกิดจากใช้น้ำร้อนเกินไป แช่ใบนานเกิน หรือใส่ใบชามากเกินไป ลองลดเวลาแช่และใช้ใบชาน้อยลง โดยเฉพาะชาเขียวซึ่งมักขมเมื่อชงด้วยน้ำเดือด

น้ำชาชงกินคู่กับอะไรได้บ้าง?

ชาดำเข้ากับขนมปัง เค้ก และของว่างรสหวาน ส่วนชาเขียวมักกินคู่กับขนมรสอ่อนหรืออาหารญี่ปุ่น หากทำเป็นชาเย็น จะเติมมะนาวหรือเสิร์ฟกับผลไม้ก็ได้

น้ำชาชงต่างจากชาสมุนไพรอย่างไร?

น้ำชาชงที่ทำจากใบชา เช่น ชาดำหรือชาเขียว มาจากต้นชา ส่วนชาสมุนไพรชงจากดอกไม้ ใบ หรือส่วนอื่นของพืช เช่น คาโมมายล์ จึงไม่จำเป็นต้องมีใบชาเป็นส่วนผสม

แหล่งข้อมูล: BEDCA (Spain) 1094 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร