ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 22 kcal —
- โปรตีน 1.9 g 4%
- คาร์โบไฮเดรต 2 g 1%
- ไขมัน 0.2 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 2.5 g 9%
- น้ำตาล 2.4 g —
- โซเดียม 241 mg 10%
- คอเลสเตอรอล 0 mg 0%
วิตามินและแร่ธาตุ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวันวิตามิน
- วิตามินเอ 14 µg 2%
- วิตามินซี 16.3 mg 18%
- วิตามินดี 0 µg 0%
- วิตามินอี 0.27 mg 2%
- วิตามินเค 40 µg 33%
- ไทอามีน (B1) 0.13 mg 11%
- ไรโบฟลาวิน (B2) 0.06 mg 4%
- ไนอาซิน (B3) 0.87 mg 5%
- กรดแพนโทเทนิก (B5) 0.21 mg 4%
- วิตามินบี 6 0.19 mg 11%
- โฟเลต (B9) 46 µg 12%
- วิตามินบี 12 0 µg 0%
- โคลีน 9.3 mg 2%
แร่ธาตุ
- แคลเซียม 77 mg 6%
- ธาตุเหล็ก 0.28 mg 2%
- แมกนีเซียม 36 mg 9%
- ฟอสฟอรัส 32 mg 3%
- โพแทสเซียม 135 mg 3%
- สังกะสี 0.43 mg 4%
- ทองแดง 0.09 mg 9%
- แมงกานีส 0.29 mg 13%
- ซีลีเนียม 0.4 µg 1%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 22 | 1.9 g | 2 g | 0.2 g |
| 1 หน่วยบริโภค | 80 g | 18 | 1.5 g | 1.6 g | 0.2 g |
| 2 หน่วยบริโภค | 160 g | 35 | 3 g | 3.2 g | 0.3 g |
| ½ หน่วยบริโภค | 40 g | 9 | 0.7 g | 0.8 g | 0.1 g |
| 3 หน่วยบริโภค | 240 g | 53 | 4.5 g | 4.8 g | 0.5 g |
| 4 หน่วยบริโภค | 320 g | 70 | 6 g | 6.4 g | 0.7 g |
| 50 g | 50 g | 11 | 0.9 g | 1 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 33 | 2.8 g | 3 g | 0.3 g |
| 200 g | 200 g | 44 | 3.7 g | 4 g | 0.4 g |
| 250 g | 250 g | 55 | 4.7 g | 5 g | 0.5 g |
คำถามเกี่ยวกับ กระเจี๊ยบเขียว
ทำอย่างไรกระเจี๊ยบเขียวจึงไม่เป็นเมือกมาก?
ซับฝักให้แห้งก่อนหั่น แล้วผัดด้วยไฟแรงและใช้เวลาสั้น ๆ; หากต้ม ให้ต้มทั้งฝักและอย่าต้มนาน เมือกจะออกมามากขึ้นเมื่อหั่นหรือปรุงในน้ำเป็นเวลานาน
กระเจี๊ยบเขียวต้องต้มนานแค่ไหน?
ต้มฝักทั้งฝักในน้ำเดือดประมาณ 3–5 นาทีจนพอสุกกรอบ แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำ หากจะใส่แกง ให้ใส่ช่วงท้ายเพื่อไม่ให้ฝักเละและน้ำแกงข้นจากเมือกมากเกินไป
กระเจี๊ยบเขียวกินดิบได้ไหม?
กินดิบได้เมื่อฝักสด ล้างให้สะอาดและตัดขั้วก่อน หั่นใส่สลัดได้ แต่เนื้อสัมผัสจะมีเมือกมากกว่าการย่างหรือผัด
เลือกกระเจี๊ยบเขียวอย่างไรให้ฝักอ่อน?
เลือกฝักสีเขียวสด ผิวตึง ไม่ช้ำ และปลายฝักยังไม่แห้ง ฝักขนาดเล็กถึงกลางมักอ่อนกว่า; หากฝักใหญ่หรือแข็งมาก อาจมีเส้นใยและเนื้อเหนียว
เก็บกระเจี๊ยบเขียวอย่างไรไม่ให้ช้ำหรือเน่าเร็ว?
เก็บฝักแห้งที่ยังไม่ล้างในถุงกระดาษหรือถุงที่มีช่องระบายอากาศ แล้วแช่ช่องผักในตู้เย็น ใช้ภายในไม่กี่วัน และล้างก่อนปรุง เพราะความชื้นที่เกาะฝักเร่งให้เน่า
กระเจี๊ยบเขียวเอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง?
ใส่แกงส้ม แกงเลียง หรือแกงกะทิได้ โดยเติมฝักช่วงท้ายของการปรุงเพื่อให้ยังเป็นชิ้น นอกจากนี้ยังลวกจิ้มน้ำพริก ย่างทั้งฝัก หรือผัดกับกระเทียมได้
ถ้าไม่มีกระเจี๊ยบเขียว ใช้อะไรแทนในแกงได้?
ถ้าต้องการผักชิ้นที่ใส่แกงได้ ใช้มะเขือยาวหรือมะเขือม่วงแทน แต่จะไม่มีเมือกที่ช่วยให้น้ำแกงข้น หากต้องการความข้น ให้ใช้แป้งข้าวโพดละลายน้ำเล็กน้อยแทน
กระเจี๊ยบเขียวมีสารอาหารเด่นอะไร?
หนึ่งร้อยกรัมมีวิตามินเค 40 µg และวิตามินซี 16.3 mg; วิตามินเคถึงเกณฑ์ที่เรียกว่าเป็นแหล่งของสารอาหารนี้ตามข้อมูลโภชนาการที่ใช้กับอาหารชนิดนี้
แหล่งข้อมูล: USDA FoodData Central 170098 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร