รู้ว่ามีอะไรอยู่ในจาน

กระเจี๊ยบเขียว

แคลอรีและข้อมูลโภชนาการ

ต้ม

23
แคลอรีkcal ต่อ 100 g
โปรตีน1.8 g
คาร์บ2 g
ไขมัน0.2 g

ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 23 kcal —
  • โปรตีน 1.8 g 4%
  • คาร์โบไฮเดรต 2 g 1%
  • ไขมัน 0.2 g 0%
  • ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
  • ใยอาหาร 3.1 g 11%
  • น้ำตาล 1.4 g —

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g231.8 g2 g0.2 g
50 g50 g120.9 g1 g0.1 g
150 g150 g352.7 g3 g0.3 g
200 g200 g463.6 g4 g0.4 g
250 g250 g584.5 g5 g0.5 g

คำถามเกี่ยวกับ กระเจี๊ยบเขียว

ทำอย่างไรให้กระเจี๊ยบเขียวไม่เหนียวเป็นเมือกมาก?

ซับฝักให้แห้งก่อนหั่น แล้วผัดด้วยไฟแรงเพียงไม่กี่นาทีโดยไม่ปิดฝา ความร้อนสูงและการปรุงสั้นช่วยลดเมือก; ถ้าต้ม ให้ใส่ทั้งฝักลงในน้ำเดือดและอย่าต้มนาน

กระเจี๊ยบเขียวต้องล้างและตัดแต่งอย่างไรก่อนปรุง?

ล้างทั้งฝักแล้วซับให้แห้งก่อนตัด เพราะเมือกจะออกมากเมื่อเนื้อด้านในโดนน้ำและถูกหั่น ตัดเฉพาะขั้วแข็ง โดยอย่าตัดลึกจนเปิดโพรงเมล็ด

กระเจี๊ยบเขียวควรเก็บอย่างไร?

เก็บฝักที่ยังไม่ล้างและแห้งในถุงกระดาษหรือถุงที่เปิดระบายอากาศได้ แล้วแช่ช่องผัก ใช้ภายในไม่กี่วัน; ความชื้นและความเย็นจัดทำให้ฝักช้ำหรือขึ้นราได้ง่าย

กระเจี๊ยบเขียวใส่ในอาหารอะไรได้บ้าง?

ใส่แกงส้ม แกงเลียง หรือแกงกะหรี่ได้ โดยเติมช่วงท้ายเพื่อให้ฝักไม่เละ นอกจากนี้ยังนำไปผัดกับมะเขือเทศ หรือชุบแป้งทอดเป็นเครื่องเคียงได้

กระเจี๊ยบเขียวกินดิบได้ไหม?

กินดิบได้ โดยล้างให้สะอาดและตัดขั้วก่อน ฝักอ่อนจะกรอบกว่าและมีเมือกน้อยกว่าฝักแก่; หากฝักเหนียวหรือมีเส้นใยมาก การต้ม ผัด หรือย่างจะกินง่ายกว่า

กระเจี๊ยบเขียวเลือกฝักแบบไหนให้อร่อย?

เลือกฝักสีเขียวสด ผิวตึง ไม่ช้ำ และยังหักได้กรอบ ฝักเล็กถึงขนาดกลางมักนุ่มกว่า ส่วนฝักใหญ่และแก่มีเส้นใยแข็งและเมล็ดชัดเจน

กระเจี๊ยบเขียวมีเมือกเพราะอะไร?

เมือกเป็นสารละลายน้ำที่อยู่ในเนื้อฝักและจะออกมาเมื่อหั่นหรือปรุงในน้ำ ช่วยทำให้น้ำแกงข้นขึ้นได้ จึงเหมาะกับแกงที่ต้องการน้ำซุปเหนียวเล็กน้อย

แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) G530132 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร