ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 42 kcal —
  • โปรตีน 0.5 g 1%
  • คาร์โบไฮเดรต 11 g 4%
  • น้ำตาล 11 g —
  • โซเดียม 6 mg 0%

วิตามินและแร่ธาตุ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน

วิตามิน

  • วิตามินซี 2 mg 2%
  • วิตามินดี 0 µg 0%
  • วิตามินบี 12 0 µg 0%

แร่ธาตุ

  • แคลเซียม 30 mg 2%
  • ธาตุเหล็ก 0.5 mg 3%
  • แมกนีเซียม 11 mg 3%
  • ฟอสฟอรัส 28 mg 2%
  • โพแทสเซียม 250 mg 5%
  • ทองแดง 0.17 mg 19%

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g420.5 g11 g–
50 g50 g210.3 g5.3 g–
150 g150 g630.8 g16 g–
200 g200 g841 g21 g–
250 g250 g1051.3 g27 g–

คำถามเกี่ยวกับ เมดลาร์

เมดลาร์กินสดได้ไหม ต้องรอให้สุกแบบไหนก่อน?

กินสดได้ แต่ไม่ควรกินตอนผลยังแข็งและฝาด รอให้ผลนิ่มยวบ เปลือกคล้ำเป็นสีน้ำตาล และเนื้อด้านในนุ่มฉ่ำ กระบวนการนี้เรียกว่า bletting ไม่ใช่การเน่าเสียหากไม่มีราและกลิ่นบูด

ทำให้เมดลาร์นิ่มพร้อมกินได้อย่างไร?

วางผลที่ยังแข็งในที่เย็นและอากาศถ่ายเท โดยไม่ให้ผลซ้อนทับกันมาก รอหลายสัปดาห์จนผิวนิ่มและเนื้อเป็นสีน้ำตาล; คอยตรวจและแยกผลที่ขึ้นราออก อย่าเร่งด้วยความร้อน เพราะผลอาจเสียก่อนนิ่มทั่วถึง

เมดลาร์เก็บรักษาอย่างไร?

ผลแข็งเก็บในที่เย็น แห้ง และถ่ายเทอากาศจนผ่านช่วงทำให้นิ่มแล้ว เมื่อสุกนิ่มให้แช่ตู้เย็นและกินภายในไม่กี่วัน เพราะเนื้อช้ำและเสียได้ง่าย

เมดลาร์กินอย่างไรให้ไม่ยุ่งยาก?

ผ่าครึ่งผลที่นิ่มแล้ว ใช้ช้อนตักเนื้อกิน โดยคายเมล็ดและแกนแข็งทิ้ง เนื้อสุกยังนำไปกรองเอาเมล็ดออกก่อนทำแยม เยลลี หรือซอสได้

เมดลาร์เอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง?

เมดลาร์สุกเหมาะทำเยลลีและแยม เพราะเนื้อมีเพกทินตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังทำของหวานเรียกว่า medlar cheese ซึ่งเป็นเนื้อผลไม้กวนข้น ไม่ใช่ชีสนม

เมดลาร์กับโลควอตเป็นผลไม้ชนิดเดียวกันไหม?

ไม่ใช่ เมดลาร์เป็นผลไม้เขตอบอุ่นที่มักเก็บเกี่ยวตอนแข็งแล้วพักให้เนื้อนิ่มคล้ำก่อนกิน ส่วนโลควอตกินเมื่อผลสุกนุ่มโดยไม่ต้องผ่านช่วงพักให้เละ รสและเนื้อสัมผัสจึงต่างกัน

แหล่งข้อมูล: CoFID (UK) 14-152 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร