ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 182 kcal —
- โปรตีน 2.2 g 4%
- คาร์โบไฮเดรต 4.2 g 2%
- ไขมัน 17 g 22%
- ใยอาหาร 0.9 g 3%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 182 | 2.2 g | 4.2 g | 17 g |
| 50 g | 50 g | 91 | 1.1 g | 2.1 g | 8.7 g |
| 150 g | 150 g | 273 | 3.3 g | 6.3 g | 26 g |
| 200 g | 200 g | 364 | 4.4 g | 8.4 g | 35 g |
| 250 g | 250 g | 455 | 5.5 g | 11 g | 43 g |
คำถามเกี่ยวกับ ซอสเนื้อ
ซอสเนื้อใช้กับอาหารอะไรได้บ้าง?
ราดบนเนื้อย่าง เนื้ออบ หรือมันบด และใช้เพิ่มรสให้พายเนื้อกับแซนด์วิชเนื้อได้ ซอสที่ข้นยังเหมาะกับการเสิร์ฟคู่ผักอบ เช่น แครอตและมันฝรั่ง
ทำซอสเนื้อให้ข้นโดยไม่จับเป็นก้อนอย่างไร?
ผสมแป้งสาลีกับน้ำเย็นเล็กน้อยให้เนียนก่อน แล้วค่อยเทลงในน้ำซอสเนื้อที่กำลังเดือดอ่อน ๆ คนต่อจนข้น หากใช้แป้งข้าวโพด ให้ละลายในน้ำเย็นและเติมทีละน้อย เพราะข้นเร็ว
ซอสเนื้อที่เหลือเก็บอย่างไร?
พักให้คลายร้อนแล้วใส่ภาชนะปิดสนิท แช่เย็นและใช้ภายใน 3–4 วัน หรือแบ่งแช่แข็งเป็นส่วน ๆ เพื่อหยิบมาอุ่นได้สะดวก อุ่นให้ร้อนทั่วถึงก่อนเสิร์ฟ
ซอสเนื้อต่างจากซอสโบโลเนสใส่เนื้ออย่างไร?
ซอสเนื้อมักเป็นน้ำซอสสำหรับราด ทำจากน้ำที่ได้จากการปรุงเนื้อและน้ำสต๊อก ส่วนซอสโบโลเนสใส่เนื้อเป็นซอสพาสต้าที่มีเนื้อสับและมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบเด่น โดยมีโปรตีน 11.8 กรัมต่อ 100 กรัม เทียบกับ 2.2 กรัมในซอสเนื้อ
ถ้าไม่มีซอสเนื้อ ใช้อะไรแทนได้?
ถ้าต้องการซอสราดเนื้อ ให้เคี่ยวน้ำสต๊อกกับหอมใหญ่และแป้งสาลีจนข้น แล้วปรุงด้วยพริกไทยและซอสถั่วเหลืองเล็กน้อย ซอสไวน์แดงใช้แทนได้เมื่ออยากได้รสเปรี้ยวลึก แต่เนื้อสัมผัสจะบางกว่า
ซอสเนื้อทำจากอะไร?
ซอสเนื้อแบบคลาสสิกทำจากน้ำที่ได้จากการอบหรือย่างเนื้อ ผสมกับน้ำสต๊อกและแป้งเพื่อให้ข้น บางสูตรเติมหอมใหญ่ ไวน์ หรือสมุนไพรเพื่อเพิ่มกลิ่นและมิติของรส
แหล่งข้อมูล: tbca BRC0088L · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร