ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 349 kcal —
  • โปรตีน 14 g 28%
  • ไขมัน 33 g 42%
  • ไขมันอิ่มตัว 21 g 103%
  • ใยอาหาร 0 g 0%

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g34914 g–33 g
50 g50 g1756.9 g–17 g
150 g150 g52421 g–50 g
200 g200 g69828 g–66 g
250 g250 g87335 g–83 g

คำถามเกี่ยวกับ ชีสกามองแบร์

ชีสกามองแบร์กินเปลือกสีขาวได้ไหม?

กินได้ เปลือกสีขาวเกิดจากเชื้อราที่ใช้ทำชีสและช่วยให้ชีสสุกจากด้านนอกเข้าด้านใน หากมีสีผิดปกติหรือกลิ่นแอมโมเนียฉุนจัด ควรทิ้งทั้งชิ้น

อบชีสกามองแบร์อย่างไรให้ตรงกลางเยิ้ม?

แกะพลาสติกออก วางชีสในภาชนะทนความร้อน แล้วกรีดหน้าเป็นลายตื้น ๆ อบที่ 180 °C ประมาณ 15–20 นาที จนตรงกลางนุ่มและตักได้

ชีสกามองแบร์กินกับอะไรอร่อย?

เสิร์ฟกับขนมปังบาแก็ต แครกเกอร์ แอปเปิลหรือลูกแพร์ และถั่วได้ดี ถ้าชอบรสหวานเค็ม ลองราดน้ำผึ้งเล็กน้อยหรือกินคู่กับแยมผลไม้

ชีสกามองแบร์ใช้ทำเมนูอะไรได้บ้าง?

ใช้ทำชีสอบ ขนมปังหน้าชีส แซนด์วิช หรือใส่ในพาสต้าได้ หากใส่พาสต้า ให้คลุกชีสกับเส้นร้อน ๆ หลังยกลงจากเตา เพื่อให้ละลายเป็นซอสโดยไม่แยกมันมาก

เปิดห่อชีสกามองแบร์แล้วเก็บอย่างไร?

ห่อด้วยกระดาษไขหรือกระดาษสำหรับชีส แล้วใส่กล่องปิดหลวม ๆ ในตู้เย็น เพื่อให้ชีสไม่แห้งและยังระบายอากาศได้ นำออกมาวางที่อุณหภูมิห้องสัก 30 นาที ก่อนเสิร์ฟเพื่อให้เนื้อนุ่มและกลิ่นชัดขึ้น

ชีสกามองแบร์ต่างจากชีสบรีอย่างไร?

ทั้งคู่เป็นชีสนุ่มที่มีเปลือกสีขาว แต่ชีสกามองแบร์มักทำเป็นก้อนเล็กและมีรสเข้มขึ้นเมื่อสุกเต็มที่ ส่วนชีสบรีมักทำเป็นแผ่นใหญ่และมีรสนุ่มละมุนกว่า ใช้แทนกันได้ในเมนูอบหรือแซนด์วิช

ถ้าหาชีสกามองแบร์ไม่ได้ ใช้ชีสอะไรแทนได้?

ชีสบรีเป็นตัวแทนที่ใกล้เคียงที่สุด เพราะมีเนื้อนุ่มและเปลือกสีขาวคล้ายกัน หากใช้ทำซอสหรือทาขนมปัง ครีมชีสก็ใช้ได้ แต่จะไม่มีเปลือกและกลิ่นแบบชีสกามองแบร์

แหล่งข้อมูล: BEDCA (Spain) 930 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร