วารสาร

ข้าวกับถั่วให้โปรตีนเท่าไร

ทั้งข้าวและถั่วให้โปรตีน แต่โดยทั่วไปถั่วให้โปรตีนมากกว่า คู่มือนี้อธิบายว่าทั้งสองอย่างเข้ากันอย่างไร และควรบันทึกลงในไดอารี่อาหารแบบไหน

โปรตีนมาจากอะไรบ้าง

ถั่วเป็นแหล่งโปรตีนหลักในจานข้าวกับถั่วทั่วไป ข้าวก็มีโปรตีนอยู่บ้าง แต่โดยมากจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณที่หุงสุกเท่ากัน ดังนั้นปริมาณโปรตีนรวมจึงขึ้นอยู่กับชนิดของถั่ว ชนิดของข้าว และปริมาณที่ตักใส่จาน

วิธีปรุงยังส่งผลต่อปริมาณอาหารที่อยู่ในหนึ่งหน่วยบริโภคด้วย ข้าวและถั่วแห้งดูดซับน้ำระหว่างปรุง ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้เพิ่มโปรตีน หากต้องการบันทึกให้แม่นยำ ให้เทียบปริมาณที่กินกับรายการอาหารชนิดเดียวกันในฐานข้อมูล โดยเลือกสถานะเดียวกันว่าเป็นอาหารปรุงสุกหรือแห้ง

  • ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วปินโต และถั่วลูกไก่ มีค่าทางโภชนาการแตกต่างกัน
  • ข้าวกล้องและข้าวขาวอาจมีปริมาณโปรตีนต่างกันเล็กน้อย
  • ชามที่ใส่ถั่วมากมักมีโปรตีนมากกว่าชามที่ใส่ข้าวมาก
  • ผัก ซอส และเครื่องโรยหน้าที่เติมลงไปอาจทำให้ปริมาณสารอาหารรวมของมื้อเปลี่ยนไป

ทำไมข้าวกับถั่วจึงเข้ากันได้ดี

โปรตีนประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เรียกว่ากรดอะมิโน ข้าวและถั่วมีสัดส่วนกรดอะมิโนแต่ละชนิดต่างกัน การกินทั้งสองอย่างร่วมกันจึงทำให้มื้อนี้มีกรดอะมิโนหลากหลายขึ้น ซึ่งมักเรียกว่าโปรตีนเสริมกัน

ไม่จำเป็นต้องกินทั้งสองอย่างในสัดส่วนที่พอดีกันเป๊ะ รูปแบบการกินโดยรวมสำคัญกว่าการกำหนดสัดส่วนให้แน่นอนในจานเดียว การกินอาหารหลากหลายที่มีแหล่งโปรตีนหลายชนิดจะช่วยให้ได้รับกรดอะมิโนที่หลากหลายขึ้น

  • ใช้ถั่วเป็นส่วนหลัก แล้วกินข้าวเป็นเครื่องเคียง
  • เติมถั่วเลนทิลหรือถั่วลันเตาเพื่อเพิ่มโปรตีนจากพืชอีกชนิด
  • ใส่ผักเพื่อเพิ่มรสสัมผัส สีสัน และใยอาหาร
  • เลือกเครื่องโรยหน้าตามสารอาหารและพลังงานที่ต้องการติดตาม

หาปริมาณโปรตีนในอาหารที่กิน

ข้าวกับถั่วไม่มีตัวเลขโปรตีนตายตัว เพราะสูตรอาหารและขนาดที่เสิร์ฟแตกต่างกัน เริ่มจากบันทึกข้าวและถั่วแยกกัน โดยชั่งน้ำหนักหรือใช้หน่วยตวงในครัวแบบเดิมทุกครั้ง เลือกรายการในฐานข้อมูลที่ระบุชัดเจนว่าเป็นอาหารสุก แห้ง อาหารกระป๋อง หรือสะเด็ดน้ำแล้ว

หากปรุงครั้งละมาก ๆ ให้บันทึกส่วนผสมทั้งหมดที่ใช้ในสูตร แล้วแบ่งอาหารที่ปรุงเสร็จตามจำนวนหรือน้ำหนักของแต่ละส่วนที่ตักเสิร์ฟจริง วิธีนี้จะช่วยคำนวณน้ำมัน น้ำซุป ผัก และส่วนผสมอื่น ๆ แทนการเหมารวมว่าข้าวกับถั่วทุกจานเหมือนกัน

  • เลือกข้อมูลข้าวสุกให้ตรงกับข้าวที่ปรุงสุกแล้ว
  • ถ้าเป็นไปได้ ให้เลือกข้อมูลถั่วกระป๋องที่สะเด็ดน้ำแล้วให้ตรงกัน
  • ตรวจดูว่าปริมาณในฐานข้อมูลระบุเป็นน้ำหนักหรือปริมาตร
  • บันทึกสูตรประจำไว้ หากทำแบบเดิมเป็นประจำ

ปรับสัดส่วนให้ได้โปรตีนมากขึ้น

หากมื้ออาหารที่บันทึกไว้มีโปรตีนน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ การปรับสัดส่วนมักเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด หากต้องการให้ปริมาณอาหารในชามใกล้เคียงเดิม ให้เพิ่มถั่วและลดข้าวลงเล็กน้อย ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความหิว เป้าหมาย และอาหารที่กินในช่วงเวลาที่เหลือของวัน

อีกวิธีคือเติมอาหารโปรตีนอีกชนิดที่เข้ากับมื้อนั้น อย่าลืมบันทึกซอส น้ำมัน และเครื่องโรยหน้าด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อพลังงานมากกว่าปริมาณโปรตีน อ่านฉลากหรือดูข้อมูลจากฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ แทนการคิดว่าอาหารหน้าตาคล้ายกันย่อมมีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกัน

  • เพิ่มถั่วหรือถั่วเลนทิล
  • กินส่วนผสมนี้คู่กับเต้าหู้หรือไข่
  • โรยโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือชีส หากเหมาะกับรูปแบบการกินของคุณ
  • แทนข้าวบางส่วนด้วยถั่วลันเตาหรือพืชตระกูลถั่วชนิดอื่น

จัดมื้อข้าวกับถั่วให้อิ่มพอดี

โปรตีนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร ข้าวให้คาร์โบไฮเดรต ส่วนถั่วให้ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และใยอาหาร ผักและเครื่องปรุงช่วยเพิ่มสีสัน รสสัมผัส และความหลากหลายได้ โดยไม่ทำให้การบันทึกอาหารยุ่งยากเกินไป

ใช้ไดอารี่อาหารสังเกตว่าปริมาณที่กินทำให้อิ่มและสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ หากยังไม่ใช่ ให้ปรับส่วนผสมทีละอย่าง เพื่อดูว่าอะไรเปลี่ยนแล้วได้ผลดี ควรบันทึกข้อมูลให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องสลับระหว่างวัตถุดิบทำเอง อาหารกระป๋อง และอาหารปรุงสุกพร้อมกิน

  • กำหนดปริมาณข้าวและถั่วให้ชัดเจน
  • เพิ่มผักหนึ่งชนิดหรือมากกว่า
  • ตวงซอส น้ำมัน หรือเครื่องโรยหน้าก่อนใส่
  • ปรุงรสด้วยสมุนไพร เครื่องเทศ มะนาว หรือพริก
  • บันทึกส่วนผสมแต่ละอย่างตามสภาพตอนเสิร์ฟ

บทความอื่น ๆ ในวารสาร