รู้ว่ามีอะไรอยู่ในจาน

องุ่นสำหรับทำลูกเกด

แคลอรีและข้อมูลโภชนาการ

โปรตีน2.5 g
คาร์บ69 g
ไขมัน0.5 g

ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • โปรตีน 2.5 g 5%
  • คาร์โบไฮเดรต 69 g 25%
  • ไขมัน 0.5 g 1%
  • ไขมันอิ่มตัว 0.2 g 1%
  • ใยอาหาร 6.5 g 23%

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g–2.5 g69 g0.5 g
50 g50 g–1.2 g35 g0.3 g
150 g150 g–3.7 g104 g0.8 g
200 g200 g–4.9 g139 g1 g
250 g250 g–6.2 g173 g1.3 g

คำถามเกี่ยวกับ องุ่นสำหรับทำลูกเกด

องุ่นสำหรับทำลูกเกดต่างจากองุ่นกินสดอย่างไร?

องุ่นสำหรับทำลูกเกดมักมีน้ำตาลสูงและผิวบาง จึงแห้งได้ง่ายและให้ลูกเกดหวานเข้มข้น องุ่นไร้เมล็ด เช่น ทอมป์สันซีดเลส นิยมใช้ทำลูกเกด ส่วนองุ่นกินสดเลือกจากรสและเนื้อสัมผัสเป็นหลัก

เลือกองุ่นแบบไหนมาทำลูกเกดเอง?

เลือกพวงที่ผลสุกเต็มที่ ไม่ช้ำ ไม่ขึ้นรา และรสหวานจัด; พันธุ์ไร้เมล็ดทำกินสะดวกกว่า ล้างให้สะอาดแล้วเด็ดผลออกจากก้าน ก่อนผึ่งให้แห้งสนิทเพื่อไม่ให้ความชื้นติดไปกับการอบ

ทำลูกเกดจากองุ่นในเตาอบอย่างไร?

ผ่าผลตามยาวหรือใช้ไม้จิ้มให้ผิวเป็นรูเล็ก ๆ แล้ววางเรียงชั้นเดียวบนตะแกรง อบที่ 60 °C โดยแง้มประตูเตาเล็กน้อยให้อากาศถ่ายเท พลิกเป็นครั้งคราวและอบจนผลย่นแห้งแต่ยังเหนียวนุ่ม ซึ่งอาจใช้เวลาราว 24–36 ชั่วโมง

องุ่นสำหรับทำลูกเกดเก็บอย่างไรไม่ให้เสียเร็ว?

เก็บองุ่นสดที่ยังไม่ได้ล้างในภาชนะระบายอากาศได้ในตู้เย็น และล้างก่อนกินหรือก่อนนำไปตากแห้งเท่านั้น หากทำเป็นลูกเกดแล้ว ให้พักจนเย็นสนิทและเก็บในภาชนะปิดสนิทในที่แห้งและเย็น

องุ่นมีเมล็ดหรือไร้เมล็ดเหมาะทำลูกเกดกว่ากัน?

องุ่นไร้เมล็ดกินง่ายและนิยมทำลูกเกด ส่วนองุ่นมีเมล็ดก็ทำได้ แต่เมล็ดยังคงอยู่หลังอบและอาจมีรสฝาดเล็กน้อย หากใช้พันธุ์มีเมล็ด ควรผ่าผลและเอาเมล็ดออกก่อนอบเมื่อต้องการลูกเกดที่กินสะดวก

เด็กเล็กกินองุ่นสำหรับทำลูกเกดได้ไหม?

องุ่นสดทั้งผลมีลักษณะกลมและลื่น จึงเสี่ยงติดคอสำหรับเด็กเล็ก ควรผ่าตามยาวเป็นชิ้นเล็ก ๆ และให้เด็กนั่งกินโดยมีผู้ใหญ่ดูแล; ลูกเกดก็เหนียวและเคี้ยวยากสำหรับเด็กที่ยังเคี้ยวไม่คล่อง

แหล่งข้อมูล: BEDCA (Spain) 1762 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร