ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 38 kcal —
  • โปรตีน 1.7 g 3%
  • คาร์โบไฮเดรต 2.5 g 1%
  • ไขมัน 2.4 g 3%
  • ไขมันอิ่มตัว 1.2 g 6%
  • ใยอาหาร 0 g 0%
  • น้ำตาล 2.3 g —

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g381.7 g2.5 g2.4 g
50 g50 g190.9 g1.2 g1.2 g
150 g150 g572.6 g3.7 g3.5 g
200 g200 g763.4 g4.9 g4.7 g
250 g250 g954.3 g6.1 g5.9 g

คำถามเกี่ยวกับ กาแฟ

ชงกาแฟแบบดริปใช้น้ำร้อนกี่องศา?

ใช้น้ำร้อนประมาณ 90–96 °C แล้วรินช้า ๆ ให้ทั่วผงกาแฟบดปานกลาง เริ่มด้วยน้ำเล็กน้อยให้กาแฟพองตัวราว 30 วินาที ก่อนรินน้ำที่เหลือเป็นวงจากกลางออกด้านนอก

ทำกาแฟสกัดเย็นอย่างไร?

ผสมกาแฟบดหยาบกับน้ำเย็นในภาชนะที่ปิดฝา ใช้กาแฟ 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน แช่ในตู้เย็น 12–18 ชั่วโมง แล้วกรองกากออก; เติมน้ำหรือนมก่อนดื่มได้ถ้ารสเข้มเกินไป

กาแฟที่ชงแล้วเก็บอย่างไร?

เทใส่ภาชนะสะอาดที่มีฝาปิดและแช่เย็น อย่าวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน ๆ กาแฟดำที่แช่เย็นควรดื่มภายใน 2–3 วัน ส่วนกาแฟที่ใส่นมหรือครีมควรดื่มให้หมดโดยเร็ว

กาแฟดริปต่างจากกาแฟทั่วไปอย่างไร?

กาแฟดริปคือกาแฟที่ชงโดยให้น้ำร้อนไหลผ่านผงกาแฟและกระดาษกรอง จึงเป็นวิธีชงแบบหนึ่ง ไม่ใช่เมล็ดกาแฟคนละชนิด; การบดและสัดส่วนน้ำต่อกาแฟทำให้รสในถ้วยต่างกันได้

กาแฟกินคู่กับอะไรได้บ้าง?

กาแฟดำเข้ากับขนมปังปิ้ง ครัวซองต์ และขนมรสหวานอย่างเค้กหรือขนมปังสังขยา ส่วนกาแฟเย็นใส่นมมักเสิร์ฟคู่กับปาท่องโก๋หรือขนมปังนึ่ง

ถ้าไม่มีกาแฟบด ใช้อะไรชงแทนได้?

ใช้กาแฟสำเร็จรูปแทนได้ โดยละลายในน้ำร้อนตามปริมาณที่ต้องการ แต่กลิ่นและเนื้อสัมผัสจะต่างจากกาแฟที่ชงจากเมล็ดบด; ถ้าจะใช้กาแฟสำเร็จรูปทำกาแฟเย็น ให้ละลายกับน้ำร้อนเพียงเล็กน้อยก่อนเติมน้ำแข็ง

แหล่งข้อมูล: BEDCA (Spain) 681 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร