วารสาร

เหยียบน้ำเผาผลาญกี่แคลอรี

การเหยียบน้ำต้องขยับร่างกายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ศีรษะพ้นผิวน้ำ แต่ใช้พลังงานมากน้อยต่างกันไป บทความนี้อธิบายว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ค่าประมาณเปลี่ยนแปลง และควรบันทึกกิจกรรมนี้อย่างไรโดยไม่มองว่าผลลัพธ์เป็นตัวเลขที่แน่นอน

ทำไมการเหยียบน้ำจึงเผาผลาญแคลอรี

การเหยียบน้ำต้องใช้แขน ขา และลำตัวทำงานประสานกันเพื่อต้านแรงต้านของน้ำ แม้ดูเหมือนคุณอยู่กับที่ แต่กล้ามเนื้อก็ยังขยับซ้ำ ๆ เพื่อพยุงร่างกาย ความพยายามนี้ต้องใช้พลังงาน จึงทำให้กิจกรรมนี้มีส่วนช่วยเพิ่มการใช้พลังงานในแต่ละวัน

ปริมาณแคลอรีที่เผาผลาญขึ้นอยู่กับแต่ละคน เทคนิค และระดับความพยายาม การเหยียบน้ำสบาย ๆ ในสระน้ำนิ่งย่อมต่างจากการขยับอย่างหนักในน้ำที่มีคลื่น ดังนั้นจึงไม่มีตัวเลขแคลอรีเพียงค่าเดียวที่ใช้ได้กับทุกครั้งที่ทำกิจกรรมนี้

  • การขยับขาดันน้ำลงด้านล่าง
  • การกวาดแขนเพื่อช่วยทรงตัว
  • กล้ามเนื้อลำตัวที่ทำงานเพื่อพยุงร่างกายให้ตั้งตรง
  • การออกแรงเพิ่มเพื่อให้ปากและจมูกพ้นน้ำ

ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าประมาณเปลี่ยนแปลง

ขนาดร่างกายมีผลต่อปริมาณพลังงานที่ต้องใช้ในการเคลื่อนไหวและพยุงตัว เทคนิคก็สำคัญเช่นกัน เพราะนักว่ายน้ำที่เคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพอาจรักษาตำแหน่งไว้ได้โดยขยับน้อยกว่าคนที่ต้องออกแรงมากเพื่อทำสิ่งเดียวกัน สภาพน้ำและเสื้อผ้าก็เปลี่ยนระดับความเหนื่อยได้เช่นกัน

ระยะเวลามีความสำคัญ แต่ดูแค่เวลาอย่างเดียวไม่ได้บอกว่ากิจกรรมนั้นหนักแค่ไหน การเหยียบน้ำแบบสม่ำเสมอและสบาย ๆ ไม่ควรบันทึกแบบเดียวกับการฝึกหนักเป็นช่วง ๆ ให้จดทั้งเวลาและระดับความพยายาม เพื่อให้ค่าประมาณมีบริบทที่เป็นประโยชน์

  • ขนาดร่างกายและความสามารถในการลอยตัวตามธรรมชาติ
  • ความเร็วและแรงในการเคลื่อนไหว
  • ใช้การกวาดมือในน้ำเบา ๆ หรือออกแรงกวาดวงกว้าง
  • น้ำสงบเมื่อเทียบกับน้ำที่มีคลื่นหรือกระแสน้ำ
  • ชุดว่ายน้ำเมื่อเทียบกับเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักมากกว่า

เทคนิคส่งผลต่อระดับการออกแรง

การเหยียบน้ำแบบเบา ๆ มักใช้การขยับมือเล็กน้อยร่วมกับการขยับขาอย่างผ่อนคลาย วิธีนี้อาจรู้สึกว่าทำต่อเนื่องได้นาน เพราะกระจายการออกแรงไปยังกล้ามเนื้อหลายส่วน โดยทั่วไปจะใช้พลังงานน้อยกว่าการขยับอย่างรวดเร็วและออกแรงมาก

นักว่ายน้ำบางคนใช้ขาหมุนเป็นวงสลับกัน บางคนใช้การเตะแบบท่ากบหรือเตะแบบฟรีสไตล์ แต่ละรูปแบบใช้แรงกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่เหมือนกันเล็กน้อย ดูจากชื่อเทคนิคอย่างเดียวจึงตัดสินความแตกต่างของแคลอรีไม่ได้ เพราะทักษะและความหนักของการออกแรงก็ยังมีผล

การใช้ขาอย่างเดียวหรือยกแขนพ้นน้ำโดยทั่วไปจะทำให้เคลื่อนไหวได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม รูปแบบที่หนักขึ้นอาจทำให้เหนื่อยเร็วกว่าเดิมและท่าทางเสีย เลือกวิธีที่เหมาะกับความสามารถในการว่ายน้ำและสภาพแวดล้อม

  • เบา: เคลื่อนไหวลื่นไหลและหายใจได้สบาย
  • ปานกลาง: ขยับอย่างตั้งใจและหายใจลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • หนัก: ออกแรงมากจนทำต่อเนื่องได้ยาก
  • หนักมาก: ออกแรงช่วงสั้น ๆ และต้องใส่ใจเทคนิคอย่างใกล้ชิด

วิธีประเมินแคลอรีที่เผาผลาญ

อุปกรณ์ติดตามกิจกรรม แอปว่ายน้ำ หรือตารางออกกำลังกายอาจประเมินแคลอรีจากข้อมูลส่วนตัว ระยะเวลาที่ทำกิจกรรม และระดับความหนักที่เลือก เครื่องมือแต่ละชนิดอาจให้ผลต่างกัน เพราะวิธีคำนวณและหมวดหมู่กิจกรรมไม่เหมือนกัน ให้มองผลลัพธ์เป็นค่าประมาณเพื่อใช้อ้างอิง ไม่ใช่การวัดว่าร่างกายใช้พลังงานไปเท่าไรอย่างแม่นยำ

เลือกคำอธิบายที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น ออกกำลังกายในน้ำแบบผ่อนคลาย เหยียบน้ำระดับปานกลาง หรือเหยียบน้ำอย่างหนัก กรอกข้อมูลส่วนตัวปัจจุบันหากเครื่องมือเปิดให้ทำ จากนั้นบันทึกเวลาที่เคลื่อนไหวจริง แทนที่จะนับเวลาทั้งหมดที่อยู่ในสระ หากเปลี่ยนความเร็วระหว่างทำกิจกรรม คุณสามารถแยกบันทึกช่วงที่เบากับช่วงที่หนักกว่าออกจากกันได้

หากต้องการบันทึกอาหารให้สม่ำเสมอ มักควรใช้วิธีประเมินแบบเดิมในแต่ละครั้ง ความสม่ำเสมอช่วยให้เปรียบเทียบบันทึกกิจกรรมในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น แม้ตัวเลขแคลอรีจะยังเป็นเพียงค่าประมาณก็ตาม ระวังอย่าบันทึกกิจกรรมเดียวกันซ้ำ ทั้งจากการนำเข้าข้อมูลอัตโนมัติและการกรอกเอง

  • บันทึกเวลาที่เคลื่อนไหวจริง
  • เลือกระดับความหนักที่ใกล้เคียงที่สุด
  • ใช้ข้อมูลส่วนตัวปัจจุบัน
  • แยกช่วงที่ออกแรงหนักไม่เท่ากันเมื่อทำได้
  • ตรวจดูว่ามีรายการซ้ำหรือไม่

ใช้สัญญาณจากร่างกายเมื่อไม่มีค่าประมาณที่ตรง

การหายใจและลักษณะการเคลื่อนไหวช่วยให้คุณอธิบายกิจกรรมได้ เมื่อหมวดหมู่ในแอปกว้างเกินไป หากออกแรงเบา คุณควรรู้สึกว่าควบคุมได้และทำต่อไปได้โดยไม่ต้องเร่ง หากออกแรงหนักขึ้น การหายใจจะลึกขึ้นและต้องตั้งใจขยับมากขึ้น

น้ำช่วยพยุงน้ำหนักตัวและทำให้ผิวเย็น จึงอาจทำให้ประเมินความหนักได้ยากขึ้น ให้สังเกตว่าคุณออกแรงมากแค่ไหน แทนที่จะดูแค่ว่ารู้สึกร้อนหรือไม่ จดช่วงพัก การเกาะขอบสระเพื่อพยุงตัว หรือเวลาที่ลอยตัวไว้ด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวจริงสั้นลง

คุณอาจเพิ่มหมายเหตุสั้น ๆ ในบันทึก เช่น เบา สม่ำเสมอ สลับหนักเบา หรือหนัก วิธีนี้มักมีประโยชน์กว่าการปรับตัวเลขแคลอรีจากการคาดเดา เมื่อเวลาผ่านไป หมายเหตุจะช่วยให้เปรียบเทียบกิจกรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้อย่างเหมาะสม

  • เบา: หายใจอย่างควบคุมได้และเคลื่อนไหวผ่อนคลาย
  • สม่ำเสมอ: เคลื่อนไหวต่อเนื่องและรู้สึกได้ว่าออกแรง
  • สลับหนักเบา: สลับช่วงที่ออกแรงเบากับหนักกว่า
  • หนัก: เคลื่อนไหวแรงและทำต่อเนื่องได้เพียงช่วงสั้น ๆ

มองตัวเลขแคลอรีให้เหมาะสม

แคลอรีที่เผาผลาญจากกิจกรรมเป็นค่าประมาณ เช่นเดียวกับฉลากอาหารและการบันทึกปริมาณอาหารที่ยังมีข้อจำกัด การนำค่าประมาณจากการออกกำลังกายไปหักออกจากแคลอรีที่กิน อาจทำให้ตัวเลขสุดท้ายดูแม่นยำเกินจริง ใช้ตัวเลขนี้เป็นแนวทางดูรูปแบบโดยรวม แทนที่จะมองว่าเป็นสิ่งรับประกันผลลัพธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

การเหยียบน้ำเป็นการเคลื่อนไหวที่มีประโยชน์ แต่ความปลอดภัยสำคัญกว่าการยืดเวลาทำกิจกรรมเพื่อให้ได้ตัวเลขที่สูงขึ้น ใช้บริเวณว่ายน้ำที่มีผู้ดูแล อยู่ในระดับที่เหมาะกับความสามารถของตัวเอง และอย่าพึ่งการเหยียบน้ำเป็นวิธีเดียวในการเอาตัวรอดเมื่อลงไปในแหล่งน้ำเปิด ให้หยุดก่อนที่จะเหนื่อยจนรักษาทางเดินหายใจให้พ้นน้ำได้ยาก

เมื่อทบทวนบันทึก ให้ดูระยะเวลา ระดับความหนักที่จดไว้ และค่าประมาณแคลอรีไปพร้อมกัน จะทำให้เห็นภาพครบถ้วนกว่าดูตัวเลขแคลอรีเพียงอย่างเดียว ค่าประมาณที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับร่างกาย เทคนิค และสภาพแวดล้อมในวันนั้น

แคลอรีที่คุณเผาผลาญ

บทความอื่น ๆ ในวารสาร