วารสาร

อาหารและเครื่องดื่มชนิดใดบ้างที่อาจมีแอสปาร์แตม

แอสปาร์แตมอาจอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลน้อยลงหรือไม่เติมน้ำตาล แต่ผลิตภัณฑ์คล้ายกันอาจใช้สารให้ความหวานชนิดอื่น คู่มือนี้จะบอกว่าควรดูตรงไหน ฉลากอาจระบุไว้อย่างไร และควรบันทึกอย่างไรในไดอารี่อาหาร

แอสปาร์แตมคืออะไร

แอสปาร์แตมเป็นสารให้ความหวานเข้มข้นที่ใช้เพิ่มรสหวานให้อาหารและเครื่องดื่ม โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลทั้งหมด เนื่องจากใช้เพียงปริมาณเล็กน้อย จึงมักพบในผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่มีน้ำตาล น้ำตาลต่ำ หรือลดน้ำตาล ข้อความเหล่านี้เป็นเพียงเบาะแส ไม่ใช่ข้อยืนยัน ดังนั้นรายการส่วนผสมจึงเป็นจุดที่ควรตรวจดูที่สุด

แอสปาร์แตมให้พลังงานน้อยมากเมื่อใช้ในปริมาณตามปกติในอาหาร อาจใช้ร่วมกับสารให้ความหวานชนิดอื่นเพื่อปรับรสชาติหรือทำให้ความหวานติดทนนานขึ้น สูตรผลิตภัณฑ์ก็อาจเปลี่ยนได้เช่นกัน ซึ่งหมายความว่าผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยอาจไม่ได้มีส่วนผสมเหมือนเดิมเสมอไป

  • มองหาคำว่า “แอสปาร์แตม” ในรายการส่วนผสม
  • ตรวจดูรหัสวัตถุเจือปนอาหาร E951
  • สังเกตข้อความอย่าง “มีสารให้ความหวาน” หรือ “มีสารให้ความหวานหลายชนิด”
  • อ่านฉลากบนบรรจุภัณฑ์ปัจจุบัน อย่าอาศัยรายการเก่าในไดอารี่

เครื่องดื่มที่อาจมีแอสปาร์แตม

น้ำอัดลมเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยกันดีว่ามักพบแอสปาร์แตม สูตรไดเอต สูตรไลต์ สูตรไม่มีน้ำตาล และสูตรไม่เติมน้ำตาลอาจใช้แอสปาร์แตม แต่บางสูตรก็ใช้สารให้ความหวานชนิดอื่นแทน รสชาติ แบรนด์ และประเทศที่วางจำหน่ายล้วนมีผลต่อสูตร

เครื่องดื่มผงและน้ำหวานเข้มข้นสำหรับผสมน้ำก็อาจมีแอสปาร์แตมเช่นกัน ชา กาแฟ และน้ำปรุงรสพร้อมดื่มก็อาจมีสารให้ความหวาน โดยเฉพาะเมื่อฉลากเน้นว่ามีน้ำตาลน้อยลง เครื่องดื่มชนิดเดียวกันสูตรปกติอาจมีรายการส่วนผสมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

  • น้ำอัดลมสูตรไดเอตหรือไม่มีน้ำตาล
  • น้ำหวานเข้มข้นสำหรับผสมน้ำและเครื่องดื่มเข้มข้นสูตรน้ำตาลต่ำ
  • เครื่องดื่มผงที่นำมาผสมน้ำ
  • น้ำปรุงรสบางชนิด
  • ชาและกาแฟพร้อมดื่มบางชนิด

อาหารรสหวานที่อาจมีแอสปาร์แตม

บางครั้งแอสปาร์แตมก็อยู่ในอาหารรสหวานที่ผู้ผลิตต้องการให้มีความหวานโดยใช้น้ำตาลน้อยลง ตัวอย่างที่อาจพบ ได้แก่ เยลลี่ ขนมหวาน โยเกิร์ต และหมากฝรั่ง ไม่ใช่อาหารลดน้ำตาลทุกชนิดที่จะมีแอสปาร์แตม จึงควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นแยกกัน

ผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านความร้อนระหว่างการเตรียมอาจใช้สารให้ความหวานผสมกัน หรือเลือกใช้ชนิดอื่น เพราะแอสปาร์แตมไม่เหมาะกับทุกสูตร ขนมหวานแช่เย็นและอาหารที่รับประทานจากบรรจุภัณฑ์ได้เลยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรตรวจดู แม้แต่ผลิตภัณฑ์คนละรสชาติในไลน์เดียวกันก็อาจมีส่วนผสมไม่เหมือนกัน

  • หมากฝรั่งและลูกอมมินต์ปราศจากน้ำตาล
  • ผงทำเยลลี่หรือขนมหวานสูตรน้ำตาลต่ำ
  • โยเกิร์ตลดน้ำตาลบางชนิด
  • มูสและขนมหวานแช่เย็นบางชนิด
  • ลูกอมปราศจากน้ำตาลบางชนิด

ผลิตภัณฑ์สารให้ความหวานแบบเติมเองและอาหารเพื่อโภชนาการ

สารให้ความหวานแบบเติมเองบางชนิดมีแอสปาร์แตม และจำหน่ายในรูปแบบเม็ด ผง หรือเกล็ด ส่วนชนิดอื่นทำจากสารให้ความหวานคนละประเภทโดยสิ้นเชิง แม้บรรจุภัณฑ์จะดูคล้ายกัน รายการส่วนผสมจะบอกได้ว่าคุณใช้ชนิดใด

แอสปาร์แตมอาจอยู่ในผงโภชนาการปรุงรส แท่งขนม หรือเครื่องดื่มเชคสำเร็จรูปด้วย โดยมักเป็นส่วนหนึ่งของสารให้ความหวานหลายชนิด ไม่ใช่สารให้ความหวานชนิดเดียว สูตรไม่ปรุงรสและสูตรปรุงรสของผลิตภัณฑ์เดียวกันอาจต่างกัน จึงไม่ควรคัดลอกรายการส่วนผสมไปใช้กับอีกสูตรโดยอัตโนมัติ

  • เม็ดสารให้ความหวานบางชนิด
  • สารให้ความหวานแบบเติมเองชนิดผงบางชนิด
  • ผงโภชนาการปรุงรสบางชนิด
  • เครื่องดื่มเชคสำเร็จรูปบางชนิด
  • แท่งขนมสูตรน้ำตาลต่ำบางชนิด

วิธีสังเกตแอสปาร์แตมบนฉลาก

เริ่มจากดูรายการส่วนผสม ไม่ใช่ข้อความตัวใหญ่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ โดยปกติส่วนผสมจะเรียงตามน้ำหนักจากมากไปน้อย แต่แอสปาร์แตมอาจอยู่เกือบท้ายรายการ เพราะใช้เพียงปริมาณเล็กน้อย ฉลากอาจระบุชื่อโดยตรงหรือแสดงรหัสวัตถุเจือปนอาหาร

ฉลากของอาหารที่มีแอสปาร์แตมอาจระบุด้วยว่ามีแหล่งของฟีนิลอะลานีน นี่เป็นข้อความแจ้งข้อมูลเฉพาะบนฉลาก และเป็นอีกสัญญาณที่มีประโยชน์เมื่อกวาดตาดูบรรจุภัณฑ์ หากคุณตรวจสอบด้วยเหตุผลด้านอาหารส่วนบุคคล ให้อ่านฉลากทั้งหมดทุกครั้งที่เลือกขนาด รสชาติ หรือรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ต่างออกไป

เมนูร้านอาหารและอาหารที่จำหน่ายโดยไม่บรรจุหีบห่ออาจไม่ได้แสดงรายการส่วนผสมทั้งหมดไว้ข้างรายการอาหาร คุณสามารถสอบถามข้อมูลส่วนผสมหรือสารก่อภูมิแพ้ที่มีได้ แต่รายละเอียดที่ให้มาอาจแตกต่างกัน หากข้อมูลไม่ชัดเจน ให้บันทึกว่ายังไม่แน่ใจแทนการคาดเดา

  • หารายการส่วนผสม
  • มองหาคำว่า “แอสปาร์แตม” หรือ “E951”
  • มองหาข้อความระบุว่ามีฟีนิลอะลานีน
  • ตรวจดูว่ามีการระบุสารให้ความหวานหลายชนิดหรือไม่
  • ตรวจสอบอีกครั้งเมื่อบรรจุภัณฑ์หรือสูตรเปลี่ยน

บันทึกแอสปาร์แตมระหว่างติดตามอาหาร

การติดตามแคลอรีและการติดตามส่วนผสมตอบคำถามคนละเรื่อง ไดอารี่ของคุณอาจแสดงพลังงานและสารอาหารในหนึ่งหน่วยบริโภค โดยไม่ได้ระบุวัตถุเจือปนอาหารทุกชนิด หากแอสปาร์แตมเป็นสิ่งที่คุณใส่ใจ ให้เพิ่มหมายเหตุสั้น ๆ ไว้ข้างรายการอาหารตามปกติ

บันทึกชื่อผลิตภัณฑ์และรสชาติให้ตรง แทนการใส่ชื่อกว้าง ๆ อย่าง “น้ำอัดลม” หรือ “โยเกิร์ต” วิธีนี้ช่วยให้จับคู่ไดอารี่กับฉลากที่คุณอ่านได้ง่ายขึ้น เมื่อสูตรเปลี่ยน ให้แก้ไขหมายเหตุแทนการคิดว่ารายการเดิมยังใช้ได้

ไม่มีกฎที่เชื่อถือได้ว่าอาหารปราศจากน้ำตาลทุกชนิดมีแอสปาร์แตม บางชนิดใช้สารให้ความหวานอื่น บางชนิดใช้สารให้ความหวานผสมกัน และบางชนิดก็ไม่ได้เติมสารให้ความหวานเลย ให้มองข้อความด้านหน้าบรรจุภัณฑ์เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการตรวจสอบ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

  • บันทึกชื่อผลิตภัณฑ์และรสชาติให้ครบ
  • จดคำว่า “แอสปาร์แตม” หรือ “E951” ไว้ข้างรายการ
  • แยกผลิตภัณฑ์แต่ละสูตรเป็นรายการอาหารคนละรายการในไดอารี่
  • ทบทวนรายการที่บันทึกไว้เมื่อฉลากเปลี่ยน

บทความอื่น ๆ ในวารสาร