วิธีง่าย ๆ ในการปรับท่าวิ่งให้ดีขึ้น
ท่าวิ่งที่ดีไม่ได้อยู่ที่การวิ่งให้ดูสมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่การเคลื่อนไหวอย่างสบายและควบคุมได้ ลองใช้เคล็ดลับง่าย ๆ แล้วปรับให้เหมาะกับร่างกาย ความเร็ว และสภาพแวดล้อมของคุณ
ยืดตัวตรงอย่างผ่อนคลาย
วิ่งโดยจัดศีรษะให้อยู่ในแนวเดียวกับไหล่ และมองไปข้างหน้าแทนที่จะก้มมองเท้า เปิดช่วงอกโดยไม่ดันอกไปข้างหน้าหรือแอ่นหลังส่วนล่าง
ปล่อยไหล่ให้ห่างจากหู และสังเกตว่ากำลังกัดฟันหรือกำมือแน่นอยู่หรือไม่ คุณอาจเอนไปข้างหน้าเล็กน้อยจากข้อเท้า โดยให้ลำตัวเป็นแนวยาว ไม่พับตัวที่เอว
แกว่งแขนอย่างเป็นธรรมชาติ
งอข้อศอกในมุมที่สบาย แล้วปล่อยแขนแกว่งไปข้างหน้าและข้างหลัง พยายามอย่าเหวี่ยงแขนตัดผ่านกลางลำตัว เพราะอาจทำให้ช่วงบนบิดมากเกินจำเป็น
ผ่อนมือไว้หลวม ๆ ราวกับกำลังถือของที่แตกง่าย เมื่อวิ่งเร็วขึ้น การแกว่งแขนอาจแรงขึ้นได้ แต่ก็ควรรู้สึกว่าควบคุมได้ ไม่เกร็ง
ก้าวเท้าเบาและควบคุมได้
ลองวางเท้าใต้ลำตัวหรือใกล้ลำตัว แทนการยื่นเท้าไปข้างหน้ามากเกินไป การลดระยะก้าวลงเล็กน้อยหากก้าวยาวเกินไป อาจช่วยให้ลงเท้าได้นุ่มนวลขึ้นและเคลื่อนไปข้างหน้าได้ต่อเนื่อง
อย่าฝืนให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าลงแตะพื้นก่อนเป็นพิเศษ ลองฟังเสียงฝีเท้าแทน การลงเท้าที่เบาและเงียบขึ้นอาจเป็นสัญญาณที่ช่วยบอกว่าคุณลงเท้าได้อย่างควบคุม
ฝึกปรับทีละอย่าง
เลือกเคล็ดลับปรับท่าวิ่งเพียงข้อเดียวมาลองใช้ในช่วงสั้น ๆ ของการวิ่งเบา ๆ เช่น ผ่อนคลายไหล่ หรือวางเท้าให้ใกล้ใต้ลำตัวมากขึ้น การพยายามเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกันอาจทำให้เกร็งและสังเกตจังหวะวิ่งตามปกติได้ยากขึ้น
บันทึกอาหารอาจช่วยให้เห็นภาพว่าคุณรู้สึกพร้อมหรือมีพลังแค่ไหน แต่ไม่สามารถกำหนดได้ว่าท่าวิ่งแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด ให้จดความเร็ว สภาพเส้นทาง ระดับความเหนื่อย และความสบายควบคู่กันไปด้วย และลดความเร็วหรือหยุดพักหากเริ่มรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวฝืนเกินไป