จะรู้ได้อย่างไรว่าหมูเสียแล้ว
หมูอาจมีสัญญาณว่าเสียจากกลิ่น รูปลักษณ์ และเนื้อสัมผัสที่เปลี่ยนไป แต่ประวัติการเก็บก็สำคัญเช่นกัน คู่มือนี้จะบอกว่าควรตรวจอะไรบ้างก่อนบันทึก ปรุง หรือกิน
เริ่มจากวันที่และประวัติการเก็บ
ตรวจวันหมดอายุก่อนเปิดบรรจุภัณฑ์ วันหมดอายุเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย จึงไม่ควรกินหมูหลังจากวันดังกล่าว แม้เนื้อจะดูและมีกลิ่นปกติก็ตาม ส่วนวันที่ควรบริโภคก่อน หากมี จะเน้นเรื่องคุณภาพมากกว่าความปลอดภัย

ลองนึกดูว่าหลังจากซื้อหมูมาแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง หมูดิบหรือหมูสุกควรแช่เย็นอย่างเหมาะสม และไม่ควรวางไว้นานในห้อง รถ หรือกระเป๋าที่อุ่น หากไม่มั่นใจว่าเก็บรักษาอย่างปลอดภัย การตรวจดูด้วยตาเปล่าก็ยืนยันไม่ได้ว่าหมูยังเหมาะจะกิน
- ตรวจว่าวันหมดอายุผ่านไปแล้วหรือยัง
- พิจารณาว่าเปิดบรรจุภัณฑ์ทิ้งไว้นานแค่ไหน
- ตรวจว่าหมูแช่เย็นอย่างเหมาะสมตลอดหรือไม่
- ทิ้งหมูหากไม่แน่ใจว่าเก็บรักษาอย่างไร
สังเกตกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์หรือผิดปกติ
หมูสดมีกลิ่นน้อย แม้อาจมีกลิ่นเนื้อจาง ๆ ได้ กลิ่นเปรี้ยว เหม็นหืน คล้ายกำมะถัน หรือฉุนไม่พึงประสงค์อย่างชัดเจน เป็นเหตุให้ทิ้งได้เลย อย่าชิมเนื้อเพื่อทดสอบว่ายังกินได้หรือไม่

เปิดบรรจุภัณฑ์ในครัวที่อากาศถ่ายเท และสังเกตกลิ่นโดยไม่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เนื้อ หมูที่บรรจุแบบสุญญากาศอาจมีกลิ่นอับจากการปิดบรรจุภัณฑ์ชั่วคราวเมื่อเปิดครั้งแรก จึงพักไว้ในอากาศสักครู่ หากกลิ่นยังไม่พึงประสงค์หรือแรงขึ้น อย่านำหมูไปใช้
- กลิ่นเนื้ออ่อน ๆ อาจเป็นเรื่องปกติ
- กลิ่นเปรี้ยวหรือเหม็นหืนไม่ปกติ
- กลิ่นฉุนที่ยังคงอยู่เป็นสัญญาณเตือน
- การชิมไม่ใช่วิธีทดสอบความสดที่ปลอดภัย
ตรวจดูสีและผิวหน้า
หมูดิบมักมีสีชมพูและมีมันสีขาวนวล แต่สีที่แน่นอนอาจต่างกันไปตามส่วนของเนื้อและบรรจุภัณฑ์ สีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าหมูเสียเสมอไป เพราะการสัมผัสอากาศอาจทำให้เนื้อมีสีเข้มขึ้น ให้ดูภาพรวมแทนการตัดสินจากจุดใดจุดหนึ่ง

หากมีบริเวณสีเขียว สีเทาออกน้ำตาลผิดปกติร่วมกับสัญญาณเตือนอื่น หรือเห็นเชื้อราฟูชัดเจน ให้ทิ้งหมู ตรวจดูน้ำในบรรจุภัณฑ์ด้วย น้ำใสหรืออมชมพูเล็กน้อยอาจเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าขุ่นร่วมกับกลิ่นเหม็นหรือผิวลื่นก็ชวนให้กังวล อย่าตัดส่วนที่ดูน่าสงสัยทิ้งแล้วนำส่วนที่เหลือไปใช้
- เทียบเนื้อกับลักษณะตอนเปิดบรรจุภัณฑ์ครั้งแรก
- มองหาสีเขียวผิดปกติหรือสีหม่นเปลี่ยนไปเป็นบริเวณกว้าง
- ตรวจดูว่ามีเชื้อราฟูให้เห็นหรือไม่
- พิจารณาสีร่วมกับกลิ่น เนื้อสัมผัส และวิธีเก็บรักษา
สัมผัสเพื่อดูว่าเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปหรือไม่
หมูดิบสดควรชุ่มชื้น แต่ไม่เคลือบด้วยเมือก ผิวเหนียวติดมือหรือมีฟิล์มลื่นที่ยังคงอยู่บนผิวหน้าอาจเป็นสัญญาณว่าหมูเสีย หลังตรวจแล้ว ให้ล้างมือ รวมถึงอุปกรณ์และพื้นผิวที่สัมผัสกับเนื้อ

อย่าล้างหมูดิบในอ่าง เพราะน้ำกระเด็นอาจทำให้สิ่งปนเปื้อนกระจายไปทั่วครัว หากเนื้อสัมผัสดูผิดปกติ ให้ใส่หมูลงในถุงหรือภาชนะปิดมิดชิดแล้วทิ้ง การปรุงสุกไม่ได้ทำให้เนื้อที่เสียมากแล้วกลับมากินได้อย่างปลอดภัย
- ความชุ่มชื้นอาจเป็นเรื่องปกติ
- ความเหนียวหรือติดมืออาจเป็นสัญญาณเตือน
- ผิวที่ลื่นหรือมีเมือกเป็นเหตุให้ทิ้ง
- อย่าล้างหมูดิบ
ตรวจหมูสุกและอาหารเหลืออย่างระมัดระวัง
หมูสุกก็เสียได้ แม้ก่อนปรุงจะดูปกติก็ตาม สัญญาณเตือน ได้แก่ กลิ่นไม่พึงประสงค์ ผิวมีเมือก มีเชื้อราให้เห็น หรือสีเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ อย่าคิดว่าการอุ่นซ้ำจะช่วยให้อาหารเหลือที่ดูเหมือนเสียกลับมากินได้

ประวัติการเก็บสำคัญเป็นพิเศษเมื่อตรวจอาหารเหลือ ควรทำให้เย็นและนำเข้าตู้เย็นโดยเร็ว ไม่ปล่อยวางทิ้งไว้ และเก็บในภาชนะปิดเพื่อลดการสัมผัสกับอาหารอื่น หากจำไม่ได้ว่าปรุงหมูเมื่อไรหรือเก็บไว้อย่างไร ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือทิ้ง
- ตรวจว่าปรุงหมูไว้เมื่อไร
- สังเกตการเปลี่ยนแปลงของกลิ่น สี และเนื้อสัมผัส
- ทิ้งอาหารเหลือที่มีเชื้อราหรือเมือกให้เห็น
- อย่าใช้อุ่นซ้ำเป็นวิธีทดสอบความสด
เมื่อไม่แน่ใจ อย่านำมากิน
การตรวจเพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันได้ว่าหมูปลอดภัย บางครั้งเนื้ออาจดูและมีกลิ่นปกติทั้งที่การเก็บรักษาที่ไม่ดีทำให้ไม่เหมาะจะกิน ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนสีที่ไม่เป็นอันตรายก็อาจดูน่ากังวลได้ ให้พิจารณาวันที่ ประวัติการเก็บ กลิ่น รูปลักษณ์ และเนื้อสัมผัสร่วมกัน
หากพบสัญญาณเตือนที่ชัดเจนแม้เพียงข้อเดียว อย่าปรุง กิน หรือบันทึกหมูนั้นเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร เลือกโปรตีนอย่างอื่นที่มีอยู่แล้วและบันทึกสิ่งนั้นแทน การทิ้งหมูที่ไม่แน่ใจปลอดภัย ดีกว่าหาข้ออ้างนำมาใช้เพียงเพราะวางแผนจะใส่ในสูตรอาหาร
- เชื่อสัญญาณเตือนที่ชัดเจน
- อย่าชิมหมูเพื่อตรวจสอบ
- อย่าพยายามกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยเครื่องปรุง
- ใช้วัตถุดิบอื่นแทนเมื่อไม่แน่ใจว่าหมูปลอดภัย