วารสาร

นับมาโครอย่างไรให้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

การนับมาโครคือการติดตามปริมาณโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่กิน แทนการดูแค่แคลอรี คู่มือนี้อธิบายวิธีกำหนดเป้าหมาย จดบันทึกอาหาร และปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสม

การนับมาโครหมายถึงอะไร

มาโครย่อมาจากสารอาหารหลัก ซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานส่วนใหญ่ในอาหาร โดยทั่วไปจะติดตามสารอาหาร 3 ชนิด ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน การนับมาโครหมายถึงการจดบันทึกปริมาณเป็นกรัมของสารอาหารแต่ละชนิดที่กินตลอดทั้งวัน

โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตให้พลังงานประมาณ 4 kcal ต่อกรัม ส่วนไขมันให้ประมาณ 9 kcal ต่อกรัม นี่จึงเป็นเหตุผลที่อาหารสองมื้อซึ่งมีน้ำหนักเท่ากันอาจให้พลังงานต่างกันมาก การติดตามมาโครช่วยให้เห็นทั้งที่มาของพลังงานและปริมาณพลังงานโดยรวม

  • โปรตีน ได้แก่ โปรตีนในเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเลนทิล และอาหารทางเลือกจากพืช
  • คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ น้ำตาล แป้ง และใยอาหาร แม้ฉลากและเครื่องมือติดตามอาจจัดการกับใยอาหารแตกต่างกัน
  • ไขมัน ได้แก่ ไขมันที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหาร รวมถึงน้ำมัน สเปรด น้ำสลัด และไขมันที่ใช้ปรุงอาหาร

เลือกเป้าหมายให้เข้ากับกิจวัตรของคุณ

ไม่มีสัดส่วนมาโครแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน อาหารที่ชอบ ความอยากอาหาร กิจกรรม ขนาดร่างกาย และเป้าหมาย ล้วนมีผลต่อสิ่งที่ทำได้จริง หากคุณมีเป้าหมายแคลอรีและมาโครจากผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมหรือเครื่องมือติดตามที่เชื่อถือได้อยู่แล้ว ให้ใช้เป้าหมายเหล่านั้นเป็นจุดเริ่มต้น

มองเป้าหมายมาโครเป็นแนวทางที่ปรับใช้ได้ ไม่ใช่ข้อสอบที่ต้องทำให้ถูกทุกข้อทุกวัน การกำหนดเป็นช่วงอาจทำตามได้ง่ายกว่าการพยายามให้ได้จำนวนกรัมที่เป๊ะทุกวัน ลองดูแนวโน้มจากหลายวัน เพราะมื้ออาหารที่ไม่เหมือนวันปกติเพียงมื้อเดียวมักบอกอะไรได้ไม่มาก

  • เลือกเป้าหมายโปรตีนที่แบ่งกินได้ในมื้ออาหารและของว่างที่คุ้นเคย
  • เผื่อคาร์โบไฮเดรตให้เพียงพอกับอาหารและกิจกรรมที่คุณชอบ
  • กินไขมันให้เพียงพอ แทนที่จะพยายามตัดออกจากทุกมื้อ
  • ตรวจดูว่าเป้าหมายโดยรวมเอื้อให้กินอาหารได้หลากหลายและอิ่มอร่อย

อ่านฉลากตามลำดับ

เริ่มจากดูข้อมูลปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภคก่อน เพราะตัวเลขอาจอ้างอิงปริมาณที่แนะนำหรือปริมาณอาหารมาตรฐาน ให้เทียบปริมาณนั้นกับสิ่งที่คุณกินจริง หากปริมาณที่กินไม่เท่ากัน ให้ปรับตัวเลขโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันตามสัดส่วนเดียวกัน

ใช้ตัวเลขคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดและไขมันทั้งหมด แทนการนำตัวเลขย่อยภายในมาบวกกัน น้ำตาลเป็นส่วนหนึ่งของคาร์โบไฮเดรต ส่วนไขมันอิ่มตัวเป็นส่วนหนึ่งของไขมันทั้งหมด หากบวกทั้งยอดรวมและส่วนย่อย จะเท่ากับนับสารอาหารเดียวกันซ้ำ

อาหารที่ไม่มีฉลากสามารถบันทึกโดยใช้ฐานข้อมูลอาหารที่เชื่อถือได้ เลือกรายการที่ตรงกับสภาพอาหารว่าดิบ ปรุงสุก สะเด็ดน้ำ หรือปรุงโดยใส่ส่วนผสมเพิ่มเติม สำหรับอาหารจานผสม ให้เลือกรายการที่ใกล้เคียง หรือบันทึกส่วนผสมของสูตรอาหารแยกกัน

  • ตรวจดูว่าฉลากระบุปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภคหรือปริมาณมาตรฐาน
  • เลือกรายการอาหารที่ตรงกับรูปแบบที่คุณกิน
  • ปรับตัวเลขมาโครทุกตัวเมื่อเปลี่ยนปริมาณอาหาร
  • หลีกเลี่ยงรายการที่ดูไม่ครบถ้วนหรือระบุวิธีเตรียมอาหารไม่ตรงกัน

บันทึกปริมาณอาหารและมื้อผสม

สำหรับอาหารบรรจุห่อ ให้ใส่ปริมาณที่กินจริงแทนการใช้ปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภคที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ สำหรับอาหารอย่างข้าว พาสต้า และเนื้อสัตว์ ให้บันทึกเป็นน้ำหนักดิบหรือสุกแบบเดียวกันเสมอ การปรุงอาหารทำให้ปริมาณน้ำเปลี่ยนไป การสลับบันทึกแบบดิบกับสุกจึงทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนมากขึ้น

สำหรับอาหารทำเอง ให้บันทึกส่วนผสมแต่ละอย่างและจำนวนเสิร์ฟที่ได้จากอาหารจานนั้น รวมถึงน้ำมัน ซอส เครื่องโรยหน้า และเครื่องดื่ม หากมีปริมาณที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ บันทึกเมนูที่ทำเป็นประจำไว้ เพื่อไม่ต้องสร้างรายการใหม่ทุกครั้ง

อาหารร้านอาหารและอาหารที่แบ่งกันกินมักต้องใช้การประมาณ แบ่งจานออกเป็นส่วนหลัก ๆ เลือกรายการในฐานข้อมูลที่ใกล้เคียง และยอมรับว่าผลลัพธ์จะไม่เป๊ะ การประมาณอย่างสม่ำเสมอมีประโยชน์กว่าการไม่บันทึกเพราะไม่รู้ส่วนผสมทุกอย่าง

  • บันทึกอาหารโปรตีนหลัก
  • เพิ่มธัญพืช ขนมปัง มันฝรั่ง หรืออาหารคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น
  • ใส่ผัก ถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้
  • บันทึกน้ำมัน น้ำสลัด ชีส ซอส และเครื่องโรยหน้า
  • หารสูตรอาหารที่ทำครั้งละมาก ๆ ตามจำนวนเสิร์ฟที่ตักจริง

จัดมื้ออาหารให้ได้มาโครที่ต้องการ

บันทึกอาหารช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเพิ่มอะไรในมื้อถัดไป หากโปรตีนยังน้อย ให้เลือกวัตถุดิบหลักที่มีโปรตีนสูง หากคาร์โบไฮเดรตยังน้อย ให้เพิ่มธัญพืช ขนมปัง ผลไม้ หรือผักที่มีแป้ง หากไขมันสูงอยู่แล้ว ให้ลดปริมาณน้ำมัน ซอสเข้มข้น และเครื่องโรยหน้าที่มีไขมันสูง

ไม่จำเป็นต้องให้ทุกมื้อมีสัดส่วนมาโครเหมือนกัน อาหารเช้า กลางวัน และเย็นอาจแตกต่างกันได้ โดยที่ทั้งวันยังอยู่ในเป้าหมายโดยรวม การปรับเปลี่ยนเล็กน้อยมักง่ายกว่าการรื้อเมนูใหม่ทั้งหมด

  • เพิ่มโยเกิร์ต ไข่ ปลา เต้าหู้ ถั่วเมล็ดแห้ง หรือเนื้อไม่ติดมัน เมื่อมื้อนั้นต้องการโปรตีนเพิ่ม
  • เพิ่มข้าวโอ๊ต ข้าว พาสต้า ขนมปัง ผลไม้ หรือมันฝรั่ง เมื่อมื้อนั้นต้องการคาร์โบไฮเดรตเพิ่ม
  • เพิ่มถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช อะโวคาโด น้ำมัน หรือน้ำสลัด เมื่อมื้อนั้นต้องการไขมันเพิ่ม
  • ลดเครื่องโรยหน้าหรือไขมันที่ใช้ปรุง เมื่อมื้อนั้นมีไขมันมากอยู่แล้ว

ทบทวนแนวโน้มและปรับอย่างระมัดระวัง

เมื่อจบวัน ให้เทียบยอดรวมที่บันทึกไว้กับเป้าหมายโดยไม่มองความแตกต่างเล็กน้อยว่าเป็นความล้มเหลว ลองสังเกตสิ่งที่เกิดซ้ำ เช่น มักกินโปรตีนไม่พอจนถึงมื้อเย็น หรือมักลืมบันทึกไขมันที่ใช้ปรุงอาหาร แนวโน้มเหล่านี้ช่วยชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำได้จริงตั้งแต่ช่วงต้นวัน

ปรับนิสัยทีละหนึ่งหรือสองอย่าง แล้วดูว่าทำต่อได้ง่ายหรือไม่ เป้าหมายของคุณอาจต้องทบทวนใหม่เมื่อกิจวัตร ระดับกิจกรรม หรือความชอบเปลี่ยนไป ตัวเลขที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับแต่ละคน จึงควรใช้บันทึกอาหารเป็นข้อมูลสะท้อนผล ไม่ใช่ตารางคะแนนที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด

  • ตรวจดูว่าอาหารและสูตรที่บันทึกไว้ยังตรงกับปริมาณที่กินจริงหรือไม่
  • ดูภาพรวมจากหลายวันที่เป็นปกติ แทนการตัดสินจากวันเดียว
  • ปรับมื้ออาหารที่คุ้นเคยก่อนเพิ่มกฎใหม่ที่ซับซ้อน
  • บันทึกให้แม่นยำในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้การติดตามยังเป็นประโยชน์และทำได้ต่อเนื่อง

บทความอื่น ๆ ในวารสาร