วารสาร

ผสานการจดบันทึกอาหารกับการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับสมดุลพลังงานโดยรวม ส่วนอาหารที่เลือกและการเคลื่อนไหวส่งผลต่อความรู้สึกว่าทำตามแผนได้ง่ายแค่ไหน คู่มือนี้อธิบายวิธีใช้บันทึกอาหารที่คุณจดอยู่แล้ว วางแผนมื้ออาหารที่อิ่มท้อง และเลือกการออกกำลังกายที่ทำต่อเนื่องได้

เริ่มจากทำความเข้าใจบทบาทของสมดุลพลังงาน

ร่างกายใช้พลังงานตลอดทั้งวัน โดยได้รับพลังงานจากอาหารและเครื่องดื่ม การลดน้ำหนักเกิดขึ้นได้เมื่อปริมาณพลังงานที่ได้รับโดยเฉลี่ยน้อยกว่าพลังงานที่ร่างกายใช้ไปในระยะเวลาหนึ่ง ปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดสมดุลนี้แตกต่างกันไปในแต่ละคน เป้าหมายของคนอื่นจึงอาจไม่เหมาะกับคุณ

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มพลังงานที่ร่างกายใช้ได้ แต่ไม่ได้ทำให้ปริมาณอาหารที่กินหมดความสำคัญ การมองเรื่องการกินและการเคลื่อนไหวเป็นสองส่วนที่เชื่อมโยงกันในแผนเดียวมักทำได้จริงกว่า จากนั้นคุณใช้บันทึกอาหารดูได้ว่าพฤติกรรมการกินตามปกติกำลังพาคุณเข้าใกล้เป้าหมายหรือไม่

  • ดูปริมาณพลังงานที่ได้รับโดยเฉลี่ยจากหลายวันที่กินตามปกติ แทนการตัดสินจากมื้อเดียว
  • จดเครื่องดื่ม น้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ซอส และของกินเล่นคำเล็ก ๆ ด้วย
  • สังเกตพฤติกรรมที่ทำซ้ำและเพิ่มพลังงานโดยไม่ได้ช่วยให้มื้ออาหารอิ่มท้องขึ้น
  • ปรับสิ่งที่ทำได้ง่ายหนึ่งอย่างก่อนเปลี่ยนกิจวัตรหลายส่วนพร้อมกัน

ใช้บันทึกอาหารเพื่อหาจุดที่ปรับแล้วได้ผล

บันทึกอาหารจะเป็นประโยชน์ที่สุดเมื่อจดสิ่งที่กินจริง ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจว่าจะกิน จดต่อเนื่องทั้งช่วงสุดสัปดาห์ มื้อที่กินนอกบ้าน และวันที่ไม่ได้วางแผนเป็นพิเศษ รวมถึงวันธรรมดาทั่วไปด้วย วิธีนี้ช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่าจะแทรกการปรับเปลี่ยนตรงไหนได้บ้าง โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีการกินทั้งหมด

เริ่มจากอาหารหรือเครื่องดื่มที่กินบ่อย เพราะตัวเลือกเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำอาจสำคัญกว่าการฉลองเป็นครั้งคราว คุณอาจลดปริมาณ กินให้น้อยครั้งลง หรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ทำให้อิ่มนานขึ้น ไม่มีการเปลี่ยนแทนแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคน ตัวเลือกที่เหมาะขึ้นอยู่กับความอยากอาหารและความชอบของคุณ

  • เปรียบเทียบปริมาณส่วนประกอบเสริมที่ให้พลังงานสูง เช่น น้ำมัน น้ำสลัด สเปรด และซอส
  • ตรวจดูว่าเครื่องดื่มเพิ่มพลังงานโดยไม่ได้ช่วยให้อิ่มหรือไม่
  • สังเกตว่ากินของว่างเพราะหิว หรือเพราะเคยชินหรือสะดวก
  • ใส่อาหารจานโปรดไว้ในแผน โดยปรับความถี่หรือปริมาณแทนการงดไปเลย

จัดมื้ออาหารที่ทำตามได้ง่ายขึ้น

มื้ออาหารที่ช่วยได้มักประกอบด้วยแหล่งโปรตีน อาหารที่มีกากใยสูง และไขมันเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติและความอิ่ม แหล่งโปรตีน ได้แก่ ไข่ ปลา เนื้อไก่ โยเกิร์ต เต้าหู้ ถั่ว และถั่วเลนทิล ส่วนกากใยได้จากอาหารอย่างผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง และพืชตระกูลถั่ว

ไม่จำเป็นต้องจัดจานให้สมบูรณ์แบบทุกมื้อ ตั้งเป้ากินให้เป็นรูปแบบที่ทำให้อิ่มพอสมควรและสอดคล้องกับปริมาณที่คุณจดบันทึกไว้ หากกินมื้อไหนแล้วหิวอีกไม่นานเป็นประจำ ให้ปรับส่วนประกอบของมื้อนั้น แทนการพึ่งพาใจแข็งเพียงอย่างเดียว

  • เพิ่มผักหรือสลัดในมื้อที่ใส่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • เลือกแหล่งโปรตีนให้ชัดเจน แทนที่จะให้มื้ออาหารมีคาร์โบไฮเดรตขัดสีเป็นหลัก
  • กินมันฝรั่ง ข้าว พาสต้า ขนมปัง หรือธัญพืชอื่น ๆ ในปริมาณที่เข้ากับแผนโดยรวม
  • ตวงน้ำมัน ถั่ว ชีส หรือน้ำสลัด หากเป็นอาหารที่กะปริมาณเกินได้ง่าย
  • เลือกผลไม้ โยเกิร์ต หรือของว่างอย่างอื่นที่วางแผนไว้เมื่ออยากกินของว่าง

เลือกการออกกำลังกายที่ทำต่อเนื่องได้

แผนออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือแผนที่คุณทำได้สม่ำเสมอและฟื้นตัวไหว การเดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ฝึกความแข็งแรง และงานอดิเรกที่ได้เคลื่อนไหว ล้วนช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวในแต่ละวันได้ เลือกกิจกรรมโดยคำนึงถึงความสามารถในปัจจุบัน เวลาที่มี และสิ่งที่คุณพร้อมจะทำต่อไป

ตัวเลขแคลอรีที่ประเมินจากการออกกำลังกายเป็นเพียงค่าประมาณ และอาจแตกต่างกันตามขนาดร่างกาย ความเร็ว สภาพเส้นทาง และเทคนิคการออกกำลังกาย อย่ากินชดเชยแคลอรีทั้งหมดโดยอัตโนมัติเพียงเพราะตัวเลขประเมินว่าคุณใช้ไปเท่านั้น ให้พิจารณาบันทึกอาหาร ความหิว พลังงานที่รู้สึก และความคืบหน้าในระยะยาวควบคู่กัน

  • เริ่มขยับร่างกายในปริมาณที่ทำได้ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
  • กำหนดเวลาออกกำลังกายในช่วงที่มักสะดวก แทนการรอให้มีเวลาว่าง
  • เพิ่มกิจกรรมเสริมสร้างความแข็งแรงควบคู่กับกิจกรรมที่ทำให้หายใจเร็วขึ้น
  • ติดตามความสม่ำเสมอด้วยระยะเวลา ระยะทาง หรือจำนวนครั้งที่ทำสำเร็จ แทนการสนใจเฉพาะแคลอรีที่ประเมินได้
  • เลือกออกกำลังกายแบบเบาลงเมื่อเหนื่อย แทนการเลิกกิจวัตรไปเลย

วางแผนอาหารให้เข้ากับการออกกำลังกายโดยไม่ต้องคิดซับซ้อน

มื้ออาหารทั่วไปหลายมื้อมีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเพียงพอสำหรับการออกกำลังกายตามปกติอยู่แล้ว คุณอาจชอบกินก่อนออกกำลังกาย ขณะที่บางคนรู้สึกสบายตัวกว่าเมื่อออกกำลังกายระหว่างมื้อ เวลาและปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับกิจกรรม ความอยากอาหาร และความรู้สึกของร่างกาย

หลังออกกำลังกาย ให้กลับไปกินตามแผนปกติ แทนที่จะถือว่าการออกกำลังกายเป็นเหตุให้กินของรางวัลที่ไม่ได้วางแผนไว้ มื้ออาหารที่มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และน้ำช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวได้ การออกกำลังกายที่นานหรือหนักขึ้นอาจทำให้ความต้องการของร่างกายเปลี่ยนไป แต่ปริมาณที่ต้องการแตกต่างกันในแต่ละคน

  • ก่อนออกกำลังกาย เลือกมื้ออาหารหรือของว่างที่คุ้นเคยและย่อยสบาย
  • หลังออกกำลังกาย กินแหล่งโปรตีนคู่กับขนมปัง ข้าว มันฝรั่ง พาสต้า ผลไม้ หรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น
  • ดื่มน้ำเป็นระยะและสังเกตความกระหาย
  • จดของว่างและเครื่องดื่มที่เกี่ยวกับการออกกำลังกายเหมือนที่จดอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ

ทบทวนแผนและปรับทีละอย่าง

น้ำหนักตัวในแต่ละวันอาจเปลี่ยนได้จากหลายสาเหตุที่ไม่เกี่ยวกับไขมันในร่างกาย เช่น ปริมาณอาหารในทางเดินอาหารและการเปลี่ยนแปลงของน้ำในร่างกายตามปกติ ให้ดูแนวโน้มในระยะหนึ่งแทนการตอบสนองต่อตัวเลขเพียงครั้งเดียว ลองพิจารณาด้วยว่าแผนช่วยให้มีพลังงานสม่ำเสมอ ควบคุมความหิวได้ และออกกำลังกายเป็นประจำหรือไม่

หากแนวโน้มน้ำหนักไม่ไปในทิศทางที่ต้องการ ให้ตรวจสอบความถูกต้องและความสม่ำเสมอของบันทึกอาหารก่อน จากนั้นปรับปริมาณอาหารหรือกิจกรรมเพียงเล็กน้อยหนึ่งอย่าง แล้วให้เวลามากพอเพื่อสังเกตผล แผนที่เข้มงวดเกินไปอาจทำตามได้ยากกว่าแนวทางที่ค่อยเป็นค่อยไปและยืดหยุ่นกว่า

  • ทบทวนปริมาณพลังงานที่ได้รับโดยเฉลี่ยและรูปแบบการกินที่เกิดซ้ำ
  • ตรวจดูว่าปริมาณอาหารค่อย ๆ เพิ่มขึ้นหรือไม่
  • สังเกตเครื่องดื่ม ซอส ของว่าง หรือมื้ออาหารช่วงสุดสัปดาห์ที่อาจลืมจด
  • ประเมินว่าคุณออกกำลังกายสม่ำเสมอพอที่จะดูผลได้หรือไม่
  • ทำต่อในสิ่งที่รู้สึกว่าทำได้จริง และปรับสิ่งที่ทำแล้วมักไปต่อไม่ไหว

บทความอื่น ๆ ในวารสาร