ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 431 kcal —
- โปรตีน 5.8 g 12%
- คาร์โบไฮเดรต 47 g 17%
- ไขมัน 24 g 31%
- ไขมันอิ่มตัว 2.2 g 11%
- ใยอาหาร 1.6 g 6%
- น้ำตาล 26 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 431 | 5.8 g | 47 g | 24 g |
| 50 g | 50 g | 216 | 2.9 g | 23 g | 12 g |
| 150 g | 150 g | 647 | 8.7 g | 70 g | 36 g |
| 200 g | 200 g | 862 | 12 g | 94 g | 48 g |
| 250 g | 250 g | 1078 | 15 g | 117 g | 61 g |
คำถามเกี่ยวกับ มัฟฟิน
อบมัฟฟินที่อุณหภูมิเท่าไรและนานแค่ไหน?
อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 °C แล้วอบมัฟฟินขนาดมาตรฐานประมาณ 18–25 นาที จนยอดโดมและไม้จิ้มตรงกลางออกมาเกือบสะอาด อย่าคนแป้งนานหลังใส่ของแห้ง เพราะเนื้อจะเหนียวแน่น
เก็บมัฟฟินอย่างไรไม่ให้แห้ง?
รอให้เย็นสนิทก่อนใส่ภาชนะปิดสนิท แล้วเก็บที่อุณหภูมิห้องประมาณ 2–3 วัน หากต้องการเก็บนานกว่านั้น ให้ห่อแยกชิ้นแล้วแช่ช่องแช่แข็ง เมื่อนำมากินให้อุ่นจนเนื้อนุ่ม
มัฟฟินกินคู่กับอะไรอร่อย?
มัฟฟินรสหวานเข้ากับกาแฟ ชา หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ส่วนมัฟฟินรสชีสหรือผักกินคู่กับซุปและสลัดได้ ผ่าครึ่งแล้วอุ่นให้ผิวกรอบก่อนเสิร์ฟจะช่วยให้เนื้อด้านในนุ่มและหอมขึ้น
มัฟฟินต่างจากมัฟฟินอเมริกันอย่างไร?
ชื่อมัฟฟินอาจใช้เรียกขนมอบหลายแบบ ส่วนมัฟฟินอเมริกันมักเป็นก้อนอบในพิมพ์ มีเนื้อนุ่มและยอดนูน มักใส่บลูเบอร์รี ช็อกโกแลต หรือผลไม้ จึงควรดูส่วนผสมและลักษณะขนมที่ระบุประกอบชื่อ
มัฟฟินช็อกโกแลตอเมริกันต่างจากมัฟฟินอเมริกันทั่วไปอย่างไร?
มัฟฟินช็อกโกแลตอเมริกันมีผงโกโก้หรือช็อกโกแลตผสมในแป้ง จึงมีรสเข้มและสีเข้มกว่า ส่วนมัฟฟินอเมริกันทั่วไปอาจเป็นรสวานิลลา ผลไม้ หรือรสอื่น และอาจมีช็อกโกแลตเพียงเป็นไส้หรือส่วนผสม
ทำมัฟฟินให้นุ่มโดยไม่แห้งได้อย่างไร?
ผสมส่วนแห้งกับส่วนเปียกแค่พอเข้ากัน แม้แป้งยังเป็นเม็ดเล็กน้อยก็หยุดคนได้ และอย่าอบเกินเวลา เพราะความร้อนที่นานเกินไปทำให้เนื้อแห้ง เมื่อสุกแล้วนำออกจากพิมพ์หลังพักไว้ไม่กี่นาที
แหล่งข้อมูล: slv 1677 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร