รู้ว่ามีอะไรอยู่ในจาน

ถั่วเลนทิลสีน้ำตาล

แคลอรีและข้อมูลโภชนาการ

บรรจุกระป๋อง

112
แคลอรีkcal ต่อ 100 g
โปรตีน7.6 g
คาร์บ16 g
ไขมัน0.8 g

ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 112 kcal —
  • โปรตีน 7.6 g 15%
  • คาร์โบไฮเดรต 16 g 6%
  • ไขมัน 0.8 g 1%
  • ไขมันอิ่มตัว 0.1 g 1%
  • ใยอาหาร 5.8 g 21%
  • น้ำตาล 0.2 g —

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g1127.6 g16 g0.8 g
50 g50 g563.8 g7.8 g0.4 g
150 g150 g16811 g23 g1.2 g
200 g200 g22415 g31 g1.6 g
250 g250 g28019 g39 g2 g

คำถามเกี่ยวกับ ถั่วเลนทิลสีน้ำตาล

ต้องแช่ถั่วเลนทิลสีน้ำตาลก่อนต้มไหม?

ไม่จำเป็น แค่คัดเศษที่ปนมาแล้วล้างให้สะอาดก็เริ่มต้มได้เลย การแช่ช่วยย่นเวลาต้มเล็กน้อย แต่ไม่ควรแช่ทิ้งไว้นานจนถั่วเริ่มมีกลิ่นเปรี้ยว

ต้มถั่วเลนทิลสีน้ำตาลนานแค่ไหนให้ยังเป็นเม็ด?

ใส่ถั่วลงในน้ำเดือดอ่อน ๆ แล้วเคี่ยวประมาณ 20–30 นาที ชิมเมื่อใกล้ครบเวลาและหยุดต้มเมื่อเนื้อนุ่มแต่ยังคงรูป หากใส่มะเขือเทศหรือน้ำส้มสายชู ให้รอจนถั่วเกือบนุ่มแล้วค่อยเติม เพราะกรดทำให้ถั่วนิ่มช้าลง

ถั่วเลนทิลสีน้ำตาลต้มแล้วเก็บอย่างไร?

พักให้คลายร้อนแล้วใส่ภาชนะปิดสนิท แช่ตู้เย็นและกินภายใน 3–4 วัน หากเก็บแบบแห้ง ให้ใส่ภาชนะปิดสนิทไว้ในที่เย็นและแห้ง

ถั่วเลนทิลสีน้ำตาลเอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง?

ใส่ในซุปถั่วเลนทิล สตูว์ หรือแกงดาลก็เข้ากันดี เพราะเมื่อต้มสุกแล้วยังพอคงรูป คลุกกับผักและน้ำสลัดเป็นสลัด หรือใส่ในไส้พายและซอสพาสตาก็ได้

ใช้ถั่วเลนทิลสีเขียวแทนถั่วเลนทิลสีน้ำตาลได้ไหม?

ได้ โดยใช้ปริมาณใกล้เคียงกัน ถั่วเลนทิลสีเขียวมักคงรูปหลังต้ม จึงเหมาะกับซุปและสลัดที่ไม่ต้องการให้ถั่วเละ แต่ควรเริ่มชิมก่อนครบเวลาต้มของถั่วสีน้ำตาล

ถั่วเลนทิลสีน้ำตาลต่างจากถั่วเลนทิลสีแดงอย่างไร?

ถั่วเลนทิลสีน้ำตาลคงรูปได้ดีกว่า ส่วนสีแดงมักสุกนิ่มและแตกตัวเร็ว จึงเหมาะกับแกงหรือซุปข้นที่ต้องการเนื้อเนียนกว่า

ถั่วเลนทิลสีน้ำตาลกินดิบได้ไหม?

ไม่ควรกินดิบ เพราะเมล็ดแห้งแข็งและย่อยยาก ควรต้มจนเนื้อนุ่มทั่วถึงก่อนกิน และอย่าชิมเมล็ดที่ยังแข็งระหว่างต้ม

แหล่งข้อมูล: NEVO (Netherlands) 5169 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร