ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 22 kcal —
- โปรตีน 0.9 g 2%
- คาร์โบไฮเดรต 3 g 1%
- ไขมัน 0.3 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0.1 g 1%
- ใยอาหาร 1.8 g 6%
- น้ำตาล 2.6 g —
- โซเดียม 6 mg 0%
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 22 | 0.9 g | 3 g | 0.3 g |
| 50 g | 50 g | 11 | 0.5 g | 1.5 g | 0.2 g |
| 150 g | 150 g | 33 | 1.4 g | 4.5 g | 0.5 g |
| 200 g | 200 g | 44 | 1.8 g | 6 g | 0.6 g |
| 250 g | 250 g | 55 | 2.3 g | 7.5 g | 0.8 g |
คำถามเกี่ยวกับ พริกหวานสีเขียว
เลือกพริกหวานสีเขียวอย่างไรให้สดกรอบ?
เลือกผลที่ผิวตึงเป็นมัน สีสม่ำเสมอ และรู้สึกแน่นเมื่อจับ ขั้วควรยังเขียวสด หลีกเลี่ยงผลที่เหี่ยว มีรอยช้ำ หรือมีจุดนิ่ม
หั่นพริกหวานสีเขียวอย่างไรให้พร้อมปรุง?
ล้างให้สะอาด ตัดขั้ว แล้วผ่าตามยาวเพื่อคว้านแกนและเมล็ดออก จากนั้นหั่นเป็นเส้นสำหรับผัด หรือหั่นเต๋าสำหรับใส่สลัดและไส้ต่าง ๆ
ผัดพริกหวานสีเขียวให้นุ่มแต่ยังกรอบทำอย่างไร?
หั่นเป็นชิ้นใกล้เคียงกันแล้วผัดด้วยไฟกลางค่อนแรงประมาณ 3–5 นาที ใส่พริกหวานช่วงท้ายถ้าผัดกับเนื้อสัตว์หรือผักที่ต้องใช้เวลานานกว่า เพื่อไม่ให้สุกนิ่มเกินไป
พริกหวานสีเขียวใช้ทำเมนูอะไรได้บ้าง?
นำไปผัดกับเนื้อสัตว์หรือเต้าหู้ ใส่สลัดและพาสต้า หรือผ่าครึ่งยัดไส้ข้าว เนื้อบด และผัก แล้วอบจนไส้สุกและพริกนุ่ม
เก็บพริกหวานสีเขียวอย่างไรให้สดนาน?
เก็บผลทั้งลูกแบบยังไม่ล้างในลิ้นชักผักของตู้เย็น โดยใส่ถุงที่มีรูหรือถุงกระดาษ หากหั่นแล้วให้ใส่กล่องปิดสนิท แช่เย็นและใช้ภายในไม่กี่วัน
ถ้าไม่มีพริกหวานสีเขียว ใช้อะไรแทนได้?
พริกหวานสีเหลืองหรือสีแดงใช้แทนได้ในสลัดและเมนูผัด โดยมีเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกัน แต่สีแดงและสีเหลืองมักให้รสหวานกว่า จึงอาจทำให้รสของจานหวานขึ้นเล็กน้อย
พริกหวานสีเขียวต่างจากพริกหยวกเขียวอย่างไร?
ชื่อทั้งสองอาจใช้เรียกพริกผลใหญ่ที่รสไม่เผ็ด แต่คำว่า “พริกหวาน” มักใช้กับพริกผลอวบ เนื้อหนา และมีหลายสี ส่วน “พริกหยวก” อาจหมายถึงพริกผลเรียวยาวกว่า จึงควรดูรูปทรงและความหนาของเนื้อเมื่อเลือกซื้อ
แหล่งข้อมูล: Swiss FSVO 359 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร