ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 161 kcal —
- โปรตีน 0.1 g 0%
- คาร์โบไฮเดรต 12 g 4%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0 g 0%
- น้ำตาล 12 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 161 | 0.1 g | 12 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 81 | 0.1 g | 6 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 242 | 0.2 g | 18 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 322 | 0.2 g | 24 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 403 | 0.3 g | 30 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ ไวน์พอร์ต
ไวน์พอร์ตต่างจากไวน์ทั่วไปอย่างไร?
ไวน์พอร์ตเป็นไวน์เสริมแอลกอฮอล์จากองุ่น โดยเติมบรั่นดีองุ่นระหว่างการหมัก จึงมักมีรสหวานและแอลกอฮอล์สูงกว่าไวน์ทั่วไป ชื่อนี้มาจากเมืองปอร์โตของโปรตุเกส ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญในการส่งออกไวน์ชนิดนี้
ควรเสิร์ฟไวน์พอร์ตที่อุณหภูมิเท่าไร?
ไวน์พอร์ตแบบรูบีเสิร์ฟที่ประมาณ 16–18 °C ส่วนแบบทอว์นีดื่มอร่อยเมื่อแช่เย็นเล็กน้อยที่ประมาณ 10–14 °C หากเป็นไวน์พอร์ตวินเทจที่มีตะกอน ให้ตั้งขวดตรงก่อนรินและค่อย ๆ รินเพื่อไม่ให้ตะกอนปนลงแก้ว
ไวน์พอร์ตกินคู่กับอะไรได้บ้าง?
ไวน์พอร์ตแบบรูบีเข้ากับช็อกโกแลตเข้มและชีสบ่ม ส่วนแบบทอว์นีเข้ากันดีกับถั่วคั่วหรือของหวานที่มีคาราเมล ลองเสิร์ฟเป็นไวน์ปิดท้ายมื้ออาหารในแก้วขนาดเล็ก
เปิดขวดไวน์พอร์ตแล้วเก็บอย่างไร?
ปิดจุกให้สนิทและเก็บในตู้เย็นหลังเปิดขวด โดยทั่วไปแบบรูบีควรดื่มภายในประมาณ 2–3 สัปดาห์ ส่วนแบบทอว์นีเก็บได้ราว 1 เดือน กลิ่นและรสจะค่อย ๆ จางลงเมื่อสัมผัสอากาศ
ไวน์พอร์ตใช้ทำอาหารอะไรได้บ้าง?
ใช้เติมไวน์พอร์ตเล็กน้อยในซอสสำหรับเนื้อย่างหรือซอสผลไม้ แล้วเคี่ยวให้แอลกอฮอล์ระเหยและซอสข้นขึ้น นอกจากนี้ยังใช้เพิ่มกลิ่นในลูกแพร์ตุ๋นหรือซอสช็อกโกแลตได้
ถ้าไม่มีไวน์พอร์ต ใช้อะไรแทนในสูตรอาหารได้?
ในซอสหรือของหวาน ใช้ไวน์แดงหวานแทนได้โดยเติมน้ำตาลเล็กน้อย เพราะไวน์พอร์ตมีรสหวานและเข้มข้นกว่า หากต้องการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ให้ใช้น้ำองุ่นแดงเข้มข้นแทน แต่รสที่ได้จะไม่เหมือนกัน
แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) P431000 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร