ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 61 kcal —
- โปรตีน 0.6 g 1%
- คาร์โบไฮเดรต 5.2 g 2%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0.3 g 1%
- น้ำตาล 1.2 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 61 | 0.6 g | 5.2 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 31 | 0.3 g | 2.6 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 92 | 0.9 g | 7.8 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 122 | 1.2 g | 10 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 153 | 1.5 g | 13 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ เบียร์บ็อก
เบียร์บ็อกต่างจากเบียร์ลาเกอร์ทั่วไปอย่างไร?
เบียร์บ็อกเป็นเบียร์ลาเกอร์ที่เด่นด้วยรสและกลิ่นมอลต์ มักมีบอดีแน่นและแอลกอฮอล์สูงกว่าเบียร์ลาเกอร์ทั่วไป จึงเหมาะกับการจิบช้า ๆ มากกว่าดื่มดับกระหาย
ควรเสิร์ฟเบียร์บ็อกที่อุณหภูมิเท่าไร?
แช่ให้เย็นแล้วเสิร์ฟที่ประมาณ 8–12 °C เพื่อให้ยังสดชื่นแต่กลิ่นมอลต์ไม่ถูกความเย็นกลบ หากเย็นจัดเกินไป ให้พักแก้วสักครู่ก่อนดื่ม
เบียร์บ็อกกินคู่กับอาหารอะไรดี?
รสมอลต์เข้ากันดีกับไส้กรอก เนื้อย่างหรือหมูอบ และชีสที่มีรสเข้ม ลองเสิร์ฟคู่กับอาหารรสเค็มหรือผ่านการย่าง ซึ่งช่วยรับกับรสหวานนวลของเบียร์
ใช้เบียร์บ็อกทำอาหารอะไรได้บ้าง?
ใช้เติมในสตูว์เนื้อหรือซอสสำหรับเนื้ออบได้ โดยใส่ทีละน้อยแล้วเคี่ยวให้กลิ่นแอลกอฮอล์จางลง หากต้องการรสเบียร์ที่เบากว่า ใช้เบียร์ลาเกอร์แทนได้
เบียร์บ็อกที่เปิดแล้วเก็บอย่างไร?
ปิดฝาหรือใช้จุกอุดขวดให้แน่น แล้วแช่ตู้เย็น กลิ่นและความซ่าจะค่อย ๆ ลดลง จึงควรดื่มให้หมดโดยเร็วหลังเปิด
เบียร์บ็อกมาจากไหน และชื่อหมายถึงอะไร?
เบียร์ชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากเมืองไอน์เบ็คในเยอรมนี ชื่อ “บ็อก” เชื่อมโยงกับชื่อเมืองไอน์เบ็ค ซึ่งเมื่อเรียกเพี้ยนไปตามกาลเวลากลายเป็นชื่อเบียร์ชนิดนี้
เบียร์บ็อกใช้แทนเบียร์ชนิดอื่นในการทำอาหารได้ไหม?
ใช้แทนเบียร์ลาเกอร์ได้ในสตูว์หรือซอส แต่รสมอลต์ของเบียร์บ็อกเข้มกว่าและอาจทำให้จานอาหารมีรสหวานนวลเด่นขึ้น เริ่มจากใส่น้อยกว่าปริมาณเบียร์ที่สูตรกำหนดแล้วค่อยเติม
แหล่งข้อมูล: NEVO (Netherlands) 3268 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร