ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 64 kcal —
- โปรตีน 0.1 g 0%
- คาร์โบไฮเดรต 0.7 g 0%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0 g 0%
- น้ำตาล 0.7 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 64 | 0.1 g | 0.7 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 32 | 0.1 g | 0.4 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 96 | 0.2 g | 1.1 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 128 | 0.2 g | 1.4 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 160 | 0.3 g | 1.8 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ ไวน์โรเซ่
ไวน์โรเซ่ทำจากอะไร ทำไมถึงมีสีชมพู?
ทำจากองุ่นแดง โดยแช่น้ำองุ่นกับเปลือกองุ่นช่วงสั้น ๆ แล้วแยกเปลือกออกก่อนหมัก สีจึงอ่อนกว่าไวน์แดง และไม่ได้เกิดจากการผสมไวน์แดงกับไวน์ขาวเสมอไป
ควรแช่ไวน์โรเซ่ให้เย็นแค่ไหนก่อนดื่ม?
แช่ให้เย็นประมาณ 8–12 °C ก่อนเสิร์ฟ จะช่วยให้กลิ่นผลไม้สดชัดและรสไม่หนักเกินไป หากขวดอุ่นอยู่ ให้นำไปแช่ถังน้ำแข็งผสมน้ำราว 20–30 นาที
เปิดขวดไวน์โรเซ่แล้วเก็บอย่างไร?
ปิดจุกให้สนิทและแช่ตู้เย็น แม้เป็นไวน์แดงหรือไวน์โรเซ่ก็เก็บเย็นได้ หลังเปิดควรดื่มภายในประมาณ 3–5 วัน เพราะสัมผัสอากาศแล้วกลิ่นและรสจะค่อย ๆ จางลง
ไวน์โรเซ่กินคู่กับอาหารอะไรอร่อย?
เข้ากับอาหารทะเลย่าง สลัด ไก่อบ และอาหารที่มีมะเขือเทศหรือสมุนไพรสดได้ดี แบบแห้งเหมาะกับอาหารรสเค็มและของทอด ส่วนแบบหวานเล็กน้อยเข้ากับอาหารเผ็ดได้
ไวน์โรเซ่ใช้แทนไวน์ขาวในการทำอาหารได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะไวน์โรเซ่แบบแห้ง ใช้แทนไวน์ขาวในซอสหรือเมนูผัดได้ แต่สีอาจออกชมพูและรสผลไม้อาจเด่นขึ้น เติมระหว่างปรุงแล้วเคี่ยวให้กลิ่นแอลกอฮอล์ระเหย
ไวน์โรเซ่แบบแห้งกับแบบหวานเลือกดูอย่างไร?
ดูคำบอกระดับความหวานบนฉลาก เช่น dry หรือ sec มักหมายถึงแห้ง ส่วน sweet หรือ doux หมายถึงหวานกว่า หากไม่มีคำบอก ให้ถามผู้ขายหรือเลือกชิมก่อน เพราะสีไม่ได้บอกความหวาน
ไวน์โรเซ่ต่างจากไวน์แดงอย่างไร?
ไวน์โรเซ่หมักกับเปลือกองุ่นแดงสั้นกว่า จึงมีสีอ่อนและรสสัมผัสเบากว่าไวน์แดงซึ่งหมักกับเปลือกนานกว่า โดยทั่วไปไวน์โรเซ่เสิร์ฟแบบแช่เย็น ส่วนไวน์แดงมักเสิร์ฟที่อุณหภูมิห้องที่ไม่ร้อน
แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) P273000 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร