ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 55 kcal —
- โปรตีน 0 g 0%
- คาร์โบไฮเดรต 12 g 4%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 3 g 11%
- น้ำตาล 12 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 55 | 0 g | 12 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 28 | 0 g | 6.2 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 83 | 0 g | 19 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 110 | 0 g | 25 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 138 | 0 g | 31 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ แอปเปิลพิงก์เลดี้
เลือกแอปเปิลพิงก์เลดี้อย่างไรให้กรอบและสด?
เลือกลูกที่ผิวตึง เรียบ ไม่มีรอยช้ำหรือจุดนิ่ม แล้วลองกดเบา ๆ ควรแน่นทั่วทั้งลูก ไม่ยวบ.
แอปเปิลพิงก์เลดี้เก็บอย่างไรให้อยู่ได้นาน?
เก็บในช่องผักของตู้เย็น โดยแยกจากผักใบและผลไม้ที่ไวต่อเอทิลีน เช่น กล้วย แอปเปิลปล่อยก๊าซนี้ได้และอาจทำให้ของที่อยู่ใกล้สุกเร็วขึ้น.
ทำอย่างไรไม่ให้แอปเปิลพิงก์เลดี้ที่หั่นแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล?
คลุกชิ้นแอปเปิลกับน้ำมะนาวเล็กน้อยทันทีหลังหั่น แล้วแช่เย็นในภาชนะปิดสนิท รสเปรี้ยวหวานของแอปเปิลเข้ากับน้ำมะนาวได้ดี.
แอปเปิลพิงก์เลดี้เหมาะทำเมนูอะไร?
เนื้อแน่นและรสหวานอมเปรี้ยว เหมาะหั่นใส่สลัดหรืออบเป็นพายและครัมเบิล หากอบเป็นชิ้น ลองใช้เตาอบที่ 180 °C ราว 20–25 นาทีจนเนื้อนุ่ม.
แอปเปิลพิงก์เลดี้กินคู่กับอะไรอร่อย?
ลองกินกับชีสเนื้อแข็งหรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ความเปรี้ยวหวานและเนื้อกรอบช่วยตัดรสเค็มมันของชีสและเพิ่มสัมผัสให้โยเกิร์ต.
ถ้าไม่มีแอปเปิลพิงก์เลดี้ ใช้แอปเปิลทั่วไปแทนได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะเมนูอบหรือสลัด แต่แอปเปิลทั่วไปอาจมีรสและความกรอบต่างกัน จึงควรเลือกผลที่แน่นและชิมก่อนปรุงเพื่อปรับรสเปรี้ยวหวาน.
แหล่งข้อมูล: mvt 06.848 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร