ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 400 kcal —
- โปรตีน 0 g 0%
- คาร์โบไฮเดรต 100 g 36%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0 g 0%
- น้ำตาล 100 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 400 | 0 g | 100 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 200 | 0 g | 50 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 600 | 0 g | 150 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 800 | 0 g | 200 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 1000 | 0 g | 250 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ ฟรอสติ้ง
ฟรอสติ้งกับไอซิงต่างกันอย่างไร?
ฟรอสติ้งมักข้นและนุ่มพอปาดหรือบีบเป็นลวดลาย ส่วนไอซิงมักบางกว่าและใช้ราดหรือเคลือบขนมให้เป็นผิวเรียบ ทั้งสองคำอาจใช้เรียกครีมแต่งหน้าเค้กได้ใกล้เคียงกันในสูตรต่าง ๆ
ทำฟรอสติ้งบัตเตอร์ครีมให้นุ่มและปาดง่ายอย่างไร?
ตีเนยนิ่มให้ฟู แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลไอซิงที่ร่อนแล้ว ตีจนเนียน หากข้นเกินไป เติมนมหรือครีมทีละช้อนชา; อย่าใช้เนยที่ละลาย เพราะฟรอสติ้งจะเหลวและตั้งยอดไม่อยู่
ฟรอสติ้งเหลวหรือแข็งเกินไป แก้อย่างไร?
ถ้าเหลว ให้เติมน้ำตาลไอซิงทีละน้อยหรือแช่เย็นช่วงสั้น ๆ แล้วตีใหม่ ถ้าแข็งเกินไป เติมนมหรือครีมทีละช้อนชาและตีจนปาดได้ โดยระวังอย่าเติมของเหลวรวดเดียว
ควรเก็บฟรอสติ้งอย่างไร?
ฟรอสติ้งบัตเตอร์ครีมหรือครีมชีสที่เหลือควรใส่ภาชนะปิดสนิท แช่ตู้เย็น และนำออกมาคลายเย็นก่อนตีให้กลับมาเนียน ส่วนฟรอสติ้งที่ทำจากน้ำตาลไอซิงกับน้ำเปล่าให้ปิดภาชนะกันแห้ง และใช้ตามสูตรที่ทำ
ฟรอสติ้งเหมาะกับขนมอะไรบ้าง?
ใช้ปาดหรือบีบบนเค้กและคัพเค้ก โดยฟรอสติ้งบัตเตอร์ครีมเหมาะกับการบีบลาย ส่วนฟรอสติ้งครีมชีสเข้ากับเค้กแครอตและเค้กเครื่องเทศได้ดี
ถ้าไม่มีฟรอสติ้ง ใช้อะไรแต่งหน้าเค้กแทนได้?
ใช้วิปครีมตีฟูสำหรับปาดหน้าเค้กที่เสิร์ฟไม่นาน หรือราดไอซิงน้ำตาลที่ทำจากน้ำตาลไอซิงกับของเหลวเล็กน้อย หากต้องการบีบลายให้คงรูป ฟรอสติ้งบัตเตอร์ครีมเหมาะกว่า
ฟรอสติ้งที่เหลือเก็บไว้บีบแต่งหน้าเค้กวันหลังได้ไหม?
ได้ หากเก็บในภาชนะปิดสนิทในตู้เย็น ก่อนใช้ให้นำออกมาคลายเย็นแล้วตีให้เนียน หากมีเศษเค้กหรือครีมชนิดอื่นปน ไม่ควรนำกลับไปเก็บรวมกับฟรอสติ้งที่ยังสะอาด
แหล่งข้อมูล: mvt 09.004 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร