ข้อมูลโภชนาการ

ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แคลอรี 51 kcal —
  • โปรตีน 0.4 g 1%
  • คาร์โบไฮเดรต 10 g 4%
  • ไขมัน 0.4 g 1%
  • ไขมันอิ่มตัว 0.2 g 1%
  • ใยอาหาร 2 g 7%
  • น้ำตาล 9.1 g —

แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

หนึ่งส่วนน้ำหนักแคลอรีโปรตีนคาร์บไขมัน
100 g100 g510.4 g10 g0.4 g
50 g50 g260.2 g5.1 g0.2 g
150 g150 g770.6 g15 g0.7 g
200 g200 g1020.7 g20 g0.9 g
250 g250 g1280.9 g26 g1.1 g

คำถามเกี่ยวกับ ซอสแอปเปิล

ทำซอสแอปเปิลเองอย่างไรให้เนื้อนุ่ม?

หั่นแอปเปิลเอาแกนออก จะปอกเปลือกหรือไม่ก็ได้ ใส่หม้อกับน้ำเล็กน้อย ปิดฝาเคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 15–20 นาทีจนเนื้อนิ่ม แล้วบดให้ละเอียดหรือคงเนื้อหยาบตามชอบ

ซอสแอปเปิลใช้แทนน้ำมันหรือเนยในขนมอบได้ไหม?

ใช้แทนไขมันบางส่วนได้ โดยเริ่มจากแทนในปริมาณเท่ากัน แต่เนื้อเค้กหรือมัฟฟินจะชุ่มและแน่นขึ้น จึงไม่ควรแทนไขมันทั้งหมดในสูตรที่ต้องการเนื้อร่วน

เปิดแล้วซอสแอปเปิลเก็บอย่างไร?

ตักด้วยช้อนสะอาดใส่ภาชนะปิดสนิทและแช่เย็น ใช้ให้หมดภายในประมาณ 5–7 วัน หากต้องการเก็บนานขึ้นให้แบ่งใส่ภาชนะสำหรับแช่แข็ง โดยเว้นที่ว่างไว้เล็กน้อยเพราะซอสขยายตัวเมื่อแข็ง

ซอสแอปเปิลแช่แข็งได้ไหม และควรละลายอย่างไร?

แช่แข็งได้ โดยแบ่งเป็นส่วนเล็ก ๆ แล้วละลายในตู้เย็นข้ามคืน คนให้เข้ากันก่อนใช้ เนื้ออาจแยกน้ำเล็กน้อยหลังละลาย แต่คนหรืออุ่นให้ร้อนก็กลับมาเนียนได้

ซอสแอปเปิลกินกับอะไรได้บ้าง?

กินคู่กับแพนเค้ก ข้าวโอ๊ต หรือโยเกิร์ตได้ และยังใช้เป็นเครื่องเคียงกับหมูอบหรือหมูย่างเพื่อเพิ่มรสหวานอมเปรี้ยว เลือกชนิดไม่เติมน้ำตาลหากไม่อยากให้รสหวานกลบรสอาหาร

ซอสแอปเปิลกับแอปเปิลบดต่างกันอย่างไร?

ชื่อเรียกอาจใช้แทนกันได้ แต่ซอสแอปเปิลมักผ่านการเคี่ยวจนเนื้อนุ่มและปรุงรส ส่วนแอปเปิลบดอาจเป็นเพียงผลไม้บดโดยไม่เติมน้ำตาลหรือเครื่องเทศ หากซื้อสำเร็จรูปให้ดูส่วนผสมเพื่อรู้ว่ามีการเติมอะไรบ้าง

ซอสแอปเปิลที่ไม่หวานใช้แทนน้ำตาลในสูตรอาหารได้ไหม?

ใช้แทนน้ำตาลบางส่วนได้ในเค้กหรือมัฟฟิน แต่ซอสเพิ่มความชื้นและไม่ให้ความหวานเข้มข้นเท่าน้ำตาล จึงควรใช้สูตรที่ระบุซอสแอปเปิล หรือทดลองแทนเพียงส่วนหนึ่งก่อน

แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) Y864112 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร