ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 375 kcal —
- โปรตีน 5 g 10%
- คาร์โบไฮเดรต 30 g 11%
- ไขมัน 24 g 31%
- ไขมันอิ่มตัว 15 g 77%
- ใยอาหาร 4.3 g 15%
- น้ำตาล 29 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 375 | 5 g | 30 g | 24 g |
| 50 g | 50 g | 188 | 2.5 g | 15 g | 12 g |
| 150 g | 150 g | 563 | 7.5 g | 45 g | 36 g |
| 200 g | 200 g | 750 | 10 g | 60 g | 48 g |
| 250 g | 250 g | 938 | 13 g | 75 g | 60 g |
คำถามเกี่ยวกับ ทาร์ตูโฟ
ทาร์ตูโฟคือขนมแบบไหน?
ทาร์ตูโฟเป็นของหวานแช่แข็งจากอิตาลี มักทำเป็นก้อนกลมโดยห่อไอศกรีมหนึ่งรสด้วยไอศกรีมอีกรส แล้วซ่อนช็อกโกแลตหรือเชอร์รีไว้ตรงกลาง บางแบบคลุกผงโกโก้หรือเคลือบช็อกโกแลตให้ดูคล้ายเห็ดทรัฟเฟิล
ทำทาร์ตูโฟเองที่บ้านอย่างไร?
กรุไอศกรีมนุ่มเล็กน้อยลงในพิมพ์ครึ่งทรงกลม ใส่ไส้ช็อกโกแลตกานาชหรือเชอร์รี แล้วปิดด้วยไอศกรีมอีกชั้น กดให้แน่น ประกบสองครึ่งเป็นลูกกลมและแช่ช่องแข็งจนอยู่ตัวก่อนเสิร์ฟ
ควรนำทาร์ตูโฟออกจากช่องแข็งก่อนเสิร์ฟนานแค่ไหน?
นำออกมาวางที่อุณหภูมิห้องประมาณ 5–10 นาที ให้ผิวนอกตักหรือตัดได้ง่าย แต่ตรงกลางยังเย็นจัด หากวางนานเกินไป ไส้และไอศกรีมจะเริ่มละลายจนเสียทรง
ทาร์ตูโฟที่เหลือเก็บอย่างไรไม่ให้เสียรส?
เก็บในช่องแช่แข็งในภาชนะปิดสนิท หรือห่อแยกชิ้นให้แน่นเพื่อกันกลิ่นอาหารอื่นและเกล็ดน้ำแข็ง พยายามอย่าปล่อยให้ละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็ง เพราะเนื้อไอศกรีมจะเป็นผลึกและเสียความเนียน
ทาร์ตูโฟกินคู่กับอะไรอร่อย?
เสิร์ฟกับกาแฟเอสเปรสโซหรือกาแฟดำร้อน ๆ เพื่อให้รสขมตัดความหวาน หรือวางคู่กับผลไม้สดอย่างสตรอว์เบอร์รีและราสป์เบอร์รี หากทาร์ตูโฟเคลือบช็อกโกแลต ซอสผลไม้รสเปรี้ยวก็เข้ากันดี
ทาร์ตูโฟต่างจากเจลาโตอย่างไร?
เจลาโตเป็นไอศกรีมที่เสิร์ฟเป็นก้อนหรือปาดจากถาด ส่วนทาร์ตูโฟเป็นของหวานไอศกรีมที่ขึ้นรูปเป็นลูก มักมีไส้ซ่อนอยู่และอาจมีผงโกโก้หรือช็อกโกแลตเคลือบ เจลาโตจึงเป็นส่วนประกอบของทาร์ตูโฟได้ แต่ไม่ใช่ขนมรูปแบบเดียวกัน
แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) Y9A2040 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร