ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 170 kcal —
- โปรตีน 11 g 22%
- คาร์โบไฮเดรต 5.8 g 2%
- ไขมัน 11 g 15%
- ไขมันอิ่มตัว 5.1 g 26%
- ใยอาหาร 0.2 g 1%
- น้ำตาล 2.4 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 170 | 11 g | 5.8 g | 11 g |
| 50 g | 50 g | 85 | 5.6 g | 2.9 g | 5.7 g |
| 150 g | 150 g | 255 | 17 g | 8.7 g | 17 g |
| 200 g | 200 g | 340 | 22 g | 12 g | 23 g |
| 250 g | 250 g | 425 | 28 g | 15 g | 29 g |
คำถามเกี่ยวกับ ซูเฟล่
ทำซูเฟล่ให้ฟูและไม่ยุบเร็วได้อย่างไร?
ตีไข่ขาวในชามสะอาดจนตั้งยอด แล้วตะล่อมลงในส่วนผสมไข่แดงเบา ๆ ไม่คนจนฟองยุบ ทาเนยที่พิมพ์และปัดน้ำตาลหรือแป้งให้เคลือบด้านใน อบในเตาที่อุ่นไว้แล้ว และอย่าเปิดเตาระหว่างอบ; ยกเสิร์ฟทันทีเพราะซูเฟล่จะยุบเมื่อเย็นลง
ซูเฟล่ต้องอบกี่นาทีและใช้ไฟเท่าไร?
ซูเฟล่ถ้วยเล็กมักอบที่ 190–200 °C ราว 12–15 นาที ส่วนพิมพ์ใหญ่ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย สังเกตให้ตรงกลางยังพองและด้านบนเป็นสีทอง แล้วเสิร์ฟทันที
ซูเฟล่ชีสกินกับอะไรได้บ้าง?
ซูเฟล่ชีสเข้ากับสลัดผักสดที่มีน้ำสลัดรสเปรี้ยว หรือผักย่างและซุปใส เสิร์ฟเป็นจานหลักมื้อเบาได้ โดยเตรียมเครื่องเคียงให้พร้อมก่อนนำซูเฟล่ออกจากเตา
ซูเฟล่ที่อบแล้วเก็บอย่างไร และอุ่นซ้ำได้ไหม?
พักให้หายร้อนแล้วใส่ภาชนะปิดสนิท แช่ตู้เย็นและกินภายใน 2–3 วัน อุ่นในเตาอบที่ประมาณ 160 °C จนร้อนทั่วได้ แต่ซูเฟล่จะไม่กลับมาฟูเท่าตอนอบใหม่
ถ้าไม่มีพิมพ์ซูเฟล่ ใช้อะไรแทนได้?
ใช้ถ้วยอบเซรามิกหรือแก้วทนความร้อนที่มีขนาดใกล้เคียงกันได้ ทาเนยและโรยน้ำตาลหรือแป้งด้านในเหมือนพิมพ์ซูเฟล่ แล้ววางถ้วยบนถาดอบเพื่อยกเข้าออกเตาได้สะดวก
ซูเฟล่หวานกับซูเฟล่รสเค็มต่างกันอย่างไร?
ซูเฟล่หวานมักใส่น้ำตาล วานิลลา หรือช็อกโกแลต ส่วนซูเฟล่รสเค็มใช้ชีส ผัก หรือสมุนไพรเป็นส่วนผสมเด่น ซูเฟล่หวานมีคาร์โบไฮเดรต 30.6 กรัมต่อ 100 กรัม ขณะที่ซูเฟล่รสเค็มมี 10.4 กรัมต่อ 100 กรัม
ซูเฟล่มีต้นกำเนิดจากอะไร?
ซูเฟล่เป็นอาหารอบที่มีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศส ชื่อมาจากคำกริยาภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึงการพองหรือเป่าลม ซึ่งสื่อถึงเนื้อฟูเบาที่เกิดจากฟองอากาศในไข่ขาว
แหล่งข้อมูล: slv 1231 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร