ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 900 kcal —
- คาร์โบไฮเดรต 0 g 0%
- ไขมัน 100 g 128%
- ไขมันอิ่มตัว 43 g 216%
- ใยอาหาร 0 g 0%
- น้ำตาล 0 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 900 | – | 0 g | 100 g |
| 50 g | 50 g | 450 | – | 0 g | 50 g |
| 150 g | 150 g | 1350 | – | 0 g | 150 g |
| 200 g | 200 g | 1800 | – | 0 g | 200 g |
| 250 g | 250 g | 2250 | – | 0 g | 250 g |
คำถามเกี่ยวกับ เชียบัตเตอร์
เชียบัตเตอร์กินได้ไหม?
กินได้เมื่อเป็นเชียบัตเตอร์เกรดอาหารที่ผลิตและเก็บรักษาสำหรับใช้ปรุงอาหาร แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับทาผิวอาจมีน้ำหอมหรือส่วนผสมอื่น จึงไม่ควรนำมากิน.
เลือกเชียบัตเตอร์สำหรับทำอาหารอย่างไร?
เลือกชนิดที่ระบุชัดว่าใช้ประกอบอาหารได้ และดูส่วนผสมให้เป็นเชียบัตเตอร์โดยไม่มีน้ำหอมหรือสารเติมแต่งสำหรับเครื่องสำอาง เชียบัตเตอร์ที่ไม่ผ่านการกลั่นมักมีกลิ่นและรสเด่นกว่าชนิดผ่านการกลั่น.
ใช้เชียบัตเตอร์ทำอาหารแบบไหนได้บ้าง?
ใช้แทนไขมันสำหรับผัดหรือทอดได้ และพบการใช้เป็นไขมันปรุงอาหารในแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะเชียบัตเตอร์ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ควรละลายด้วยไฟอ่อนก่อนใส่วัตถุดิบเพื่อให้กระจายทั่วกระทะ.
เชียบัตเตอร์ควรเก็บอย่างไร?
เก็บในภาชนะปิดสนิทให้พ้นแสงแดดและความร้อน ใช้ช้อนแห้งตักทุกครั้ง; หากอากาศร้อนจนเนื้อนิ่มหรือเหลว ให้นำไปแช่เย็นจนกลับมาแข็ง.
ใช้อะไรแทนเชียบัตเตอร์ในการทำอาหารได้?
น้ำมันมะพร้าวหรือเนยโกโก้ใช้แทนได้ในสูตรที่ต้องการไขมันแข็ง แต่ทั้งคู่มีกลิ่นและรสต่างจากเชียบัตเตอร์ หากใช้ผัดหรือทอด น้ำมันพืชที่เป็นของเหลวก็ใช้ได้ แต่เนื้อสัมผัสของอาหารจะเปลี่ยน.
เชียบัตเตอร์ต่างจากน้ำมันเชียอย่างไร?
เชียบัตเตอร์มักเป็นไขมันกึ่งแข็งที่อุณหภูมิห้อง ส่วนน้ำมันเชียเป็นไขมันที่อยู่ในรูปของเหลว จึงใช้เชียบัตเตอร์เมื่อต้องการเนื้อสัมผัสแน่น และใช้น้ำมันเมื่อสะดวกต่อการเทหรือคลุก.
แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) Q520000 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร