ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 54 kcal —
- โปรตีน 0.2 g 0%
- คาร์โบไฮเดรต 13 g 5%
- ไขมัน 0.1 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0.3 g 1%
- น้ำตาล 13 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 54 | 0.2 g | 13 g | 0.1 g |
| 50 g | 50 g | 27 | 0.1 g | 6.5 g | 0.1 g |
| 150 g | 150 g | 81 | 0.3 g | 20 g | 0.2 g |
| 200 g | 200 g | 108 | 0.4 g | 26 g | 0.2 g |
| 250 g | 250 g | 135 | 0.5 g | 33 g | 0.3 g |
คำถามเกี่ยวกับ น้ำเลมอนเนด
ทำน้ำเลมอนเนดราสป์เบอร์รีเองอย่างไรให้หอมสดชื่น?
บดราสป์เบอร์รีกับน้ำตาลเล็กน้อยให้แตก แล้วคนกับน้ำเลมอนและน้ำเย็นจนเข้ากัน ชิมก่อนเติมน้ำเพิ่ม หากไม่ชอบเมล็ด ให้กรองส่วนผสมผ่านกระชอนละเอียดก่อนเสิร์ฟ
ใช้น้ำราสป์เบอร์รีแช่แข็งทำน้ำเลมอนเนดได้ไหม?
ได้ ละลายผลให้พอนิ่มแล้วบดกับน้ำเลมอนและน้ำตาล น้ำจากผลที่ละลายช่วยเพิ่มสีและกลิ่น; ถ้าต้องการเสิร์ฟเย็น ให้เติมน้ำแข็งหลังผสมเพื่อไม่ให้รสจางเร็ว
น้ำเลมอนเนดราสป์เบอร์รีเก็บในตู้เย็นได้นานแค่ไหน?
เก็บในภาชนะปิดสนิทในตู้เย็นและดื่มภายใน 2–3 วัน คนหรือเขย่าก่อนริน เพราะเนื้อผลไม้อาจตกตะกอน และอย่าทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง
น้ำเลมอนเนดราสป์เบอร์รีกินคู่กับอะไรดี?
รสเปรี้ยวหวานเข้ากับอาหารย่าง แซนด์วิช และของทอดได้ดี เสิร์ฟพร้อมใบสะระแหน่หรือเลมอนฝานก็ช่วยเพิ่มกลิ่นสดชื่น
ถ้าไม่มีราสป์เบอร์รี ใช้ผลไม้อะไรแทนในน้ำเลมอนเนดได้?
ใช้สตรอว์เบอร์รีหรือแบล็กเบอร์รีบดแทนได้ โดยกรองเมล็ดหากต้องการเนื้อสัมผัสเนียน ส่วนบลูเบอร์รีให้สีและรสอ่อนกว่า จึงอาจต้องบดผลให้ละเอียดขึ้น
น้ำเลมอนเนดราสป์เบอร์รีต่างจากน้ำมะนาวอย่างไร?
น้ำเลมอนเนดราสป์เบอร์รีมีผลไม้และน้ำตาลผสม จึงมีรสหวานและเนื้อผลไม้มากกว่า ส่วนน้ำมะนาวมีพลังงาน 8 kcal ต่อ 100 g; น้ำเลมอนเนดราสป์เบอร์รีมี 54 kcal ต่อ 100 g
น้ำเลมอนเนดราสป์เบอร์รีมีน้ำตาลมากไหม?
มีน้ำตาล 13 g ต่อ 100 g ตามสูตรของผลิตภัณฑ์หรือน้ำที่เตรียมไว้ หากทำเอง คุณลดน้ำตาลที่เติมได้ แต่รสจะเปรี้ยวเด่นขึ้น
แหล่งข้อมูล: mvt 06.247 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร