ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 76 kcal —
- โปรตีน 1.4 g 3%
- คาร์โบไฮเดรต 18 g 7%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0 g 0%
- น้ำตาล 18 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 76 | 1.4 g | 18 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 38 | 0.7 g | 9.1 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 114 | 2.1 g | 27 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 152 | 2.8 g | 36 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 190 | 3.5 g | 46 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ เครื่องดื่มโพรไบโอติก
เลือกซื้อเครื่องดื่มโพรไบโอติกอย่างไรให้ได้จุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิต?
ดูว่าฉลากระบุจุลินทรีย์สายพันธุ์ใดและระบุว่ามีจุลินทรีย์มีชีวิตหรือไม่ พร้อมเลือกขวดที่ยังไม่หมดอายุและเก็บในตู้เย็นตามที่ฉลากกำหนด เครื่องดื่มที่ผ่านความร้อนหลังการหมักอาจไม่มีจุลินทรีย์มีชีวิตเหลืออยู่
เครื่องดื่มโพรไบโอติกต้องแช่เย็นไหม และเก็บหลังเปิดได้นานแค่ไหน?
ส่วนใหญ่ควรแช่เย็น และควรปิดฝาให้สนิทหลังเปิด ดื่มให้หมดโดยเร็วตามคำแนะนำบนฉลาก เพราะการเปิดขวดและทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานอาจทำให้คุณภาพลดลง
นำเครื่องดื่มโพรไบโอติกไปอุ่นหรือใส่ในอาหารร้อนได้ไหม?
ไม่ควรอุ่นหรือต้ม หากต้องการให้จุลินทรีย์มีชีวิตอยู่ เพราะความร้อนทำลายจุลินทรีย์ได้ หากจะใส่ในข้าวโอ๊ตหรือสมูทตี ให้รออาหารเย็นก่อนแล้วค่อยเติม
เครื่องดื่มโพรไบโอติกกินคู่กับอะไรได้บ้าง?
ดื่มคู่กับผลไม้สดหรืออาหารเช้าอย่างขนมปังและข้าวโอ๊ตได้ หากทำสมูทตีให้ปั่นผลไม้ก่อน แล้วเติมเครื่องดื่มเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อไม่ให้เกิดฟองมากและไม่ต้องปั่นนาน
เครื่องดื่มโพรไบโอติกกับเครื่องดื่มโยเกิร์ตต่างกันอย่างไร?
ชื่อเรียกอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าใช้จุลินทรีย์ชนิดใดหรือมีจุลินทรีย์มีชีวิตเท่าไร ให้ดูส่วนประกอบและข้อมูลบนฉลาก เครื่องดื่มโยเกิร์ตมักทำจากนมหมัก ส่วนเครื่องดื่มโพรไบโอติกอาจมีฐานเป็นนมหรือส่วนผสมชนิดอื่น
เครื่องดื่มโพรไบโอติกมีน้ำตาลมากไหม?
บางสูตรมีน้ำตาลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสูตรแต่งรส เพราะน้ำตาลอาจเติมเพิ่มจากน้ำตาลที่มีอยู่ในส่วนผสม เลือกสูตรไม่เติมน้ำตาลหรือหวานน้อย และดูปริมาณน้ำตาลต่อขวดบนฉลากก่อนดื่ม
แหล่งข้อมูล: ausnut F003624 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร