ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 391 kcal —
- โปรตีน 6.3 g 13%
- คาร์โบไฮเดรต 48 g 17%
- ไขมัน 19 g 24%
- ไขมันอิ่มตัว 9.3 g 47%
- ใยอาหาร 1 g 4%
- น้ำตาล 30 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 391 | 6.3 g | 48 g | 19 g |
| 50 g | 50 g | 196 | 3.2 g | 24 g | 9.5 g |
| 150 g | 150 g | 587 | 9.5 g | 72 g | 28 g |
| 200 g | 200 g | 782 | 13 g | 96 g | 38 g |
| 250 g | 250 g | 978 | 16 g | 120 g | 47 g |
คำถามเกี่ยวกับ มัฟฟินเลมอน
อบมัฟฟินเลมอนที่อุณหภูมิเท่าไร และนานแค่ไหน?
อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 °C แล้วอบประมาณ 18–22 นาที จนยอดเป็นสีทองและไม้จิ้มตรงกลางออกมาเกือบสะอาด พักในพิมพ์ 5 นาทีแล้วค่อยย้ายไปวางบนตะแกรง
ทำอย่างไรให้มัฟฟินเลมอนหอมเลมอนชัดโดยไม่เปรี้ยวเกินไป?
ขูดผิวเลมอนเฉพาะส่วนสีเหลืองแล้วคลุกกับน้ำตาลก่อนผสม กลิ่นหอมจะกระจายทั่วแป้ง ใส่น้ำเลมอนพอประมาณ เพราะใส่มากเกินไปอาจทำให้เนื้อแน่นและเปรี้ยวจัด
มัฟฟินเลมอนควรเก็บอย่างไรไม่ให้แห้ง?
รอให้เย็นสนิทก่อนใส่กล่องปิดสนิท เก็บที่อุณหภูมิห้องได้ราว 2–3 วัน หากราดไอซิงหรือมีครีมชีส ให้แช่ตู้เย็นและนำออกมาคลายเย็นก่อนกิน
แช่แข็งมัฟฟินเลมอนได้ไหม และอุ่นอย่างไร?
ได้ ห่อมัฟฟินที่เย็นแล้วทีละชิ้นหรือใส่ถุงปิดสนิท แช่แข็งได้นานประมาณ 2–3 เดือน ละลายให้หายเย็นแล้วอุ่นในเตาอบที่ 160 °C ราว 5–8 นาที
มัฟฟินเลมอนกินคู่กับอะไรอร่อย?
รสเปรี้ยวหอมเข้ากันดีกับชาเอิร์ลเกรย์หรือกาแฟดำ และเสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือผลไม้ตระกูลเบอร์รีได้ ถ้าชอบรสหวานมัน ลองทาเนยบาง ๆ บนมัฟฟินอุ่น
ถ้าไม่มีเลมอน ใช้อะไรแทนในมัฟฟินได้?
ใช้ผิวขูดและน้ำส้มแทนได้ในปริมาณใกล้เคียงกัน แต่กลิ่นจะหวานและเปรี้ยวน้อยกว่าเลมอน หากใช้แต่น้ำส้ม ให้ลดของเหลวอื่นในสูตรลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แป้งเหลวเกินไป
เลือกมัฟฟินเลมอนอย่างไรให้เนื้อนุ่มและไม่แห้ง?
เลือกชิ้นที่ยอดไม่แห้งแตกร่วนและเนื้อคืนตัวเมื่อกดเบา ๆ กลิ่นควรหอมเลมอนชัด ไม่มีกลิ่นหืนหรือกลิ่นแป้งดิบ
แหล่งข้อมูล: mvt 05.403 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร