ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 132 kcal —
- โปรตีน 3.4 g 7%
- คาร์โบไฮเดรต 16 g 6%
- ไขมัน 5.6 g 7%
- ไขมันอิ่มตัว 2.4 g 12%
- ใยอาหาร 1.2 g 4%
- น้ำตาล 15 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 132 | 3.4 g | 16 g | 5.6 g |
| 50 g | 50 g | 66 | 1.7 g | 8 g | 2.8 g |
| 150 g | 150 g | 198 | 5.1 g | 24 g | 8.4 g |
| 200 g | 200 g | 264 | 6.8 g | 32 g | 11 g |
| 250 g | 250 g | 330 | 8.5 g | 40 g | 14 g |
คำถามเกี่ยวกับ ครีมผลไม้
ทำครีมผลไม้ให้เนื้อเนียนและไม่แยกชั้นได้อย่างไร?
ตีครีมให้ตั้งยอดอ่อนก่อน แล้วค่อยตะล่อมเนื้อผลไม้บดที่เย็นและไม่แฉะลงไป อย่าเทน้ำผลไม้ลงผสมมาก เพราะจะทำให้ครีมเหลวและแยกชั้นได้ง่าย
ผลไม้แบบไหนเหมาะกับครีมผลไม้?
เลือกผลไม้สุกหอมแต่เนื้อไม่เละ เช่น มะม่วง สตรอว์เบอร์รี กล้วย หรือพีช ซับผลไม้หั่นให้แห้งก่อนผสม ส่วนผลไม้รสเปรี้ยวจัดอย่างสับปะรดหรือกีวีควรใส่ก่อนเสิร์ฟ เพราะความเปรี้ยวและน้ำจากผลไม้อาจทำให้ครีมเสียเนื้อ
ครีมผลไม้เก็บในตู้เย็นได้นานแค่ไหน?
ใส่ภาชนะปิดฝาแล้วแช่เย็นทันที โดยควรกินภายใน 1–2 วัน หากใส่ผลไม้สดหั่นชิ้น ให้แยกเก็บแล้วคลุกลงครีมก่อนเสิร์ฟเพื่อไม่ให้คายน้ำ
ครีมผลไม้แช่แข็งได้ไหม?
แช่แข็งได้ แต่หลังละลายครีมที่มีวิปครีมหรือผลไม้สดมักแยกน้ำและเสียความฟู จึงเหมาะกับการทำเป็นไอศกรีมแบบตั้งใจแช่แข็งมากกว่าการแช่แข็งครีมที่ทำไว้แล้วเพื่อนำมาละลาย
ครีมผลไม้กินกับอะไรหรือใช้ทำขนมอะไรได้บ้าง?
ใช้เป็นไส้เค้กและเอแคลร์ หรือเสิร์ฟคู่กับแพนเค้ก วาฟเฟิล และผลไม้สด หากใช้เป็นไส้ขนม ควรแช่ครีมให้เย็นจนอยู่ตัวก่อนบีบหรือปาด
ครีมผลไม้ต่างจากเยลลี่ผลไม้อย่างไร?
ครีมผลไม้มีเนื้อข้นนุ่มและมักมีส่วนผสมของครีมหรือนม ส่วนเยลลี่ผลไม้เด้งใสกว่าและตักแล้วคงรูปมากกว่า โดยครีมผลไม้ให้พลังงาน 132 kcal ต่อ 100 กรัม เทียบกับเยลลี่ผลไม้ 117 kcal
ถ้าไม่มีครีมผลไม้ ใช้อะไรแทนในไส้เค้กได้?
ใช้ครีมโยเกิร์ตแทนได้เมื่ออยากได้ไส้รสเปรี้ยวสดชื่น แต่เนื้อจะเบากว่าและข้นน้อยกว่า หากต้องการให้คงรูปสำหรับปาดเค้ก ให้สะเด็ดน้ำจากโยเกิร์ตก่อนหรือผสมกับวิปครีมที่ตีแล้ว
แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) Y872053 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร