ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 221 kcal —
- โปรตีน 11 g 21%
- คาร์โบไฮเดรต 18 g 6%
- ไขมัน 12 g 15%
- ไขมันอิ่มตัว 1.4 g 7%
- ใยอาหาร 1.3 g 5%
- น้ำตาล 1.1 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 221 | 11 g | 18 g | 12 g |
| 50 g | 50 g | 111 | 5.4 g | 8.9 g | 5.8 g |
| 150 g | 150 g | 332 | 16 g | 27 g | 17 g |
| 200 g | 200 g | 442 | 21 g | 35 g | 23 g |
| 250 g | 250 g | 553 | 27 g | 44 g | 29 g |
คำถามเกี่ยวกับ ฟิชแอนด์ชิปส์
ฟิชแอนด์ชิปส์ทำจากปลาอะไร และเลือกปลาแบบไหนจึงเหมาะ?
นิยมใช้ปลาค็อดหรือแฮดด็อก เพราะเนื้อสีขาวเป็นชิ้นใหญ่และไม่เละง่ายเมื่อทอด เลือกชิ้นหนาสม่ำเสมอ ซับให้แห้งก่อนชุบแป้งเพื่อให้แป้งเกาะดีและกรอบขึ้น
ทำแป้งชุบฟิชแอนด์ชิปส์ให้กรอบอย่างไร?
ผสมแป้งกับน้ำโซดาเย็นจัดให้พอเคลือบปลาโดยไม่ข้นเกินไป แล้วชุบปลาที่ซับแห้งและทอดทันทีในน้ำมันประมาณ 180 °C จนแป้งเป็นสีทองและปลาสุก อย่าทอดปลาแน่นกระทะ เพราะอุณหภูมิน้ำมันจะลดลง
ทอดมันฝรั่งสำหรับฟิชแอนด์ชิปส์อย่างไรให้กรอบนอกนุ่มใน?
หั่นมันฝรั่งเป็นแท่ง ล้างแป้งส่วนเกินและซับให้แห้ง ทอดรอบแรกที่ประมาณ 150 °C จนสุกนุ่มแต่ยังไม่เหลือง พักให้เย็น แล้วทอดซ้ำที่ประมาณ 180 °C จนเหลืองกรอบ
ฟิชแอนด์ชิปส์กินคู่กับอะไร?
มักเสิร์ฟกับถั่วลันเตาบด ซอสทาร์ทาร์ หรือมอลต์วินีการ์ บีบมะนาวเพิ่มความเปรี้ยวได้ แต่ควรราดซอสหรือวินีการ์ก่อนกินไม่นาน เพื่อไม่ให้แป้งทอดนิ่ม
ฟิชแอนด์ชิปส์เหลือควรเก็บอย่างไร และอุ่นแบบไหนให้กรอบ?
แยกปลาและมันฝรั่งใส่ภาชนะปิดสนิทแล้วแช่เย็นโดยเร็ว อุ่นบนตะแกรงในเตาอบที่ 200 °C ราว 10–15 นาที พลิกกลางทางและตรวจว่าร้อนทั่วถึง ไมโครเวฟทำให้แป้งนิ่ม
ฟิชแอนด์ชิปส์มีต้นกำเนิดจากที่ใด?
เป็นอาหารที่รู้จักกันแพร่หลายในสหราชอาณาจักร โดยนำปลาชุบแป้งทอดมากินกับมันฝรั่งทอด ชื่อภาษาอังกฤษตรงตัวคือ “ปลาและมันฝรั่งทอด”
ถ้าไม่มีปลาค็อดหรือแฮดด็อก ใช้ปลาอะไรแทนได้?
ใช้ปลาเนื้อขาวที่หั่นเป็นชิ้นหนาและแน่น เช่น พอลล็อกหรือเฮกได้ ซับเนื้อปลาให้แห้งก่อนชุบแป้ง และทอดจนเนื้อด้านในทึบแสงและแยกเป็นเกล็ดได้ง่าย
แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) Y693932 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร