ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 300 kcal —
- โปรตีน 0 g 0%
- คาร์โบไฮเดรต 0 g 0%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0 g 0%
- น้ำตาล 0 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 300 | 0 g | 0 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 150 | 0 g | 0 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 450 | 0 g | 0 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 600 | 0 g | 0 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 750 | 0 g | 0 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ กรดซิตริก
กรดซิตริกใช้ทำอาหารอะไรได้บ้าง?
ใช้เติมรสเปรี้ยวในเครื่องดื่ม แยม ลูกอม และอาหารดอง โดยเริ่มจากใส่ทีละน้อย เพราะกรดซิตริกให้รสเปรี้ยวคมและเข้มข้นกว่าน้ำผลไม้เปรี้ยว
ใช้กรดซิตริกแทนน้ำมะนาวได้ไหม?
ใช้เพิ่มความเปรี้ยวได้ แต่แทนกันได้ไม่ครบ เพราะกรดซิตริกไม่มีน้ำ กลิ่น และรสหอมสดชื่นของมะนาว หากทำยำหรือน้ำจิ้ม น้ำมะนาวให้รสและกลิ่นที่เหมาะกว่า
กรดซิตริกละลายก่อนใส่อาหารอย่างไร?
ละลายในน้ำปริมาณเล็กน้อยก่อน แล้วค่อยเติมลงในอาหารหรือเครื่องดื่มทีละนิด วิธีนี้ช่วยให้กระจายทั่วและชิมปรับรสได้ง่ายกว่าการเทผงลงตรง ๆ
กรดซิตริกเก็บอย่างไรไม่ให้จับตัวเป็นก้อน?
เก็บในภาชนะสะอาดที่ปิดสนิทและแห้ง วางห่างจากความชื้น ไอน้ำ และความร้อน ใช้ช้อนที่แห้งตักทุกครั้ง
กรดซิตริกทำมาจากอะไร?
กรดซิตริกที่ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารมักผลิตด้วยการหมักน้ำตาลโดยจุลินทรีย์ แล้วทำให้บริสุทธิ์ แม้ชื่อจะชวนให้นึกถึงผลไม้ตระกูลส้ม แต่ไม่ได้สกัดจากมะนาวหรือมะกรูดเสมอไป
กรดซิตริกกับวิตามินซีเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน กรดซิตริกใช้ให้รสเปรี้ยว ส่วนวิตามินซีคือกรดแอสคอร์บิก ซึ่งเป็นสารคนละชนิด จึงใช้แทนกันโดยตรงไม่ได้
แหล่งข้อมูล: BLS (Germany) R552000 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร